ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดงานสัมมนาใหญ่ “The Future of Water” ดึงงานวิจัยระดับโลกผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ ข้อมูล และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยกระดับการพยากรณ์ภัยพิบัติล่วงหน้า แก้ปมปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ภัยแล้ง และ น้ำท่วมฉับพลัน พร้อมรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับ MIT Sloan ASEAN Office ในการหยิบยกประเด็นสำคัญนี้ขึ้นมาสู่ความสนใจของสังคม แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกจากนักวิชาการชั้นนำ และ ร่วมกันหารือแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นคงทางน้ำ และ ความสามารถในการรับมือต่อความท้าทายดังกล่าว เหตุการณ์ทางสภาพภูมิอากาศ เช่น อุทกภัย มีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยที่ประเทศไทยได้ประสบในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งงานในวันนี้ได้มีอธิบายถึงปรากฏการณ์ฝนระเบิด (Rain Bomb) ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯเมื่อไม่นานมานี้ อีกทั้ง ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากปัญหาภัยแล้ง โดยคาดว่า ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญจะทำให้สภาวะอากาศร้อนจัดทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในปีหน้า และ ส่งผลให้สถานการณ์ยิ่งท้าทายมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบจากเหตุการณ์ทางสภาพภูมิอากาศเหล่านี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จากปัญหาเชิงระบบที่ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของประเทศ โดยเฉพาะระบบชลประทานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินกำลังทำให้พื้นที่ป่าลดลง ส่งผลให้ความสมบูรณ์ของดินและแหล่งรองรับน้ำตามธรรมชาติอ่อนแอลง ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำก็เพิ่มสูงขึ้น ทั้งเพื่อสนับสนุนการผลิตภาคเกษตรกรรม และ เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก เช่น AI และ Data Center นอกจากนี้ ปัญหาการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะในภาคเหนือของประเทศไทย ได้กลายเป็นประเด็นที่น่ากังวล ทั้งในด้านน้ำดื่ม และ ความปลอดภัยของอาหาร สำหรับความท้าทายเหล่านี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นในขณะที่ประเทศไทยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้บรรลุการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า 5% ซึ่งเป็นระดับที่จำเป็นต่อการก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง โดยประเทศไทยไม่ได้เผชิญกับความท้าทายนี้เพียงลำพัง ภูมิภาคของเรา และ ทั่วโลกต่างเผชิญกับความท้าทายเดียวกัน หรือ ในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน และ เราทุกคนล้วนเชื่อมโยงถึงกันในระดับโลก ผ่านการดำเนินการของภาคธุรกิจ สังคม และ ระบบเศรษฐกิจของประเทศ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ภายใต้โครงการ Southeast Asia Water Project ซึ่งดำเนินงานโดยคณาจารย์และนักวิจัยของ MIT ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ มีการศึกษาระบบบริหารจัดการน้ำของไทยตลอดจนโครงการแหล่งน้ำชุมชนต่างๆ ร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2568 เพื่อทำความเข้าใจปัญหาที่ส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม 1.การเข้าถึงแหล่งน้ำ การพัฒนาเศรษฐกิจ และ การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะข้อจำกัดในการบริหารจัดการระดับท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำ 2.การใช้ข้อมูลพยากรณ์น้ำ แม้จะมีข้อมูลคาดการณ์ แต่ยังมีข้อจำกัดในการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างเหมาะสม และ ทันเวลา 3.การบำบัด และ ควบคุมคุณภาพน้ำ ซึ่งระบบบำบัดน้ำในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ ทั้ง 3 ประเด็นสะท้อนว่า การแก้ปัญหาน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และ การตัดสินใจที่ทันต่อสถานการณ์ โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Remote Sensing, Data และ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาระบบพยากรณ์ และ สร้างแบบจำลองสถานการณ์ จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินความเสี่ยง และ วางแผนรับมือได้ล่วงหน้ามากขึ้น ทั้งนี้ ต้องทำควบคู่กับความรู้ในพื้นที่และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน “ความท้าทายสำคัญ คือ การนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและทันเวลา เพราะน้ำท่วม หรือ ภัยแล้งไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม การผลิต การท่องเที่ยว ธุรกิจ และ เศรษฐกิจในวงกว้าง การใช้ข้อมูล และ เทคโนโลยีจึงเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการน้ำ จากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุไปสู่การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อช่วยลดความเสียหาย และสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดปัญหาการปนเปื้อนของน้ำจากโลหะหนัก และ คุณภาพน้ำ กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญยิ่ง กระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ดิน และ ชีวิตของประชาชน ที่เราต้องหาแนวทางแก้ไขต่อไป”นายกอบศักดิ์ กล่าว . 
|
. |