SIRI เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” รุกตลาดแนวราบต่อ ตั้งเป้าปี 70 เปิดใหม่ 15-20 โครงการ เน้นกระจายทำเล เซกเมนต์ รองรับกำลังซื้อแตกต่าง หลัง 8 เดือนปีนี้กวาดยอดขาย 15,000 ลบ. 60% ของเป้าทั้งปี เตรียมเปิดอีก 12 โครงการ มูลค่า 15,300 ลบ.ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายปีนี้ นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการเลือกทำเล การกำหนดระดับราคาให้เหมาะสมกับกำลังซื้อ และการบริหารสต็อก เพื่อสร้างการเติบโตที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว สำหรับปี 2570 บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่ 15-20 โครงการ หรือไม่น้อยกว่าจำนวนโครงการที่เปิดในปีนี้ โดยจะกระจายการลงทุนไปยังหลายทำเลและหลายเซกเมนต์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาด และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ กลยุทธ์สำคัญคือการทำ Segmentation และ Product Matching โดยพิจารณากำลังซื้อของลูกค้าในแต่ละโซน หากพื้นที่ใดมีดีมานด์บ้านระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท บริษัทจะพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับตลาด แทนการใช้กลยุทธ์แข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ขณะที่ตลาดแนวราบยังเป็นพอร์ตหลักที่มีความแข็งแกร่ง เนื่องจากบริษัทสามารถพัฒนาโครงการแบบเฟสต่อเฟสตาม Real Demand ช่วยลดความเสี่ยงด้านสต็อกและเงินลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งยังมีกำลังซื้อและฐานะทางการเงินที่แข็งแรง ครึ่งหลังปีนี้เร่งเปิด 12 โครงการ ดันยอดขายปลายปี สำหรับผลการดำเนินงาน 8 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมียอดขายตลาดแนวราบ 15,000 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 25,000 ล้านบาท พร้อม Sold Out แล้ว 10 โครงการ มูลค่ารวม 9,800 ล้านบาท ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีก 12 โครงการ มูลค่ารวม 15,300 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดระดับกลางถึงลักซ์ชัวรี เพื่อสร้าง Momentum ในช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องไตรมาส 4 หนึ่งในโครงการไฮไลต์คือ “เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง” มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ ราคา 15-40 ล้านบาท เจาะกลุ่มกำลังซื้อระดับบนในกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีดอนเมืองเพียง 400 เมตร และเชื่อมต่อสนามบินดอนเมืองและทางด่วนได้สะดวก บริษัทยังเตรียมเติมสินค้าในกลุ่มราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมในทำเลรามอินทรา รามคำแหง และราชพฤกษ์ตัดใหม่ เพื่อรองรับกลุ่ม Real Demand รวมถึงขยายตลาดต่างจังหวัดด้วยโครงการ Luxury Pool Villa ในภูเก็ต และต่อยอดบริการรับสร้างบ้านบนที่ดินเปล่าภายใต้โมเดล “Crafted by Sansiri” ขยาย Sansiri Community สร้างมูลค่าระยะยาว นายอาณัติกล่าวว่า อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการขยาย Sansiri Community และ Township โดยมุ่งสร้าง Ecosystem ของการอยู่อาศัย ผ่านการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อสร้างคุณภาพสังคมและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน รวมถึง Resale Value ในระยะยาว ปี 2570 บริษัทจะยังเน้นการกระจายพอร์ตทั้งทำเลและระดับราคา พร้อมมองหาโอกาสขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ที่มากกว่าการพัฒนาบ้านเพื่อขาย โดยยึดหลัก Real Demand และการบริหารต้นทุน เพื่อผลักดันการเติบโตตามกลยุทธ์ “Quality Growth” อย่างยั่งยืน อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |