Light Mode
Dark Mode
เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ
ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ? สร้างบัญชีฟรี
เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ
มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ? ลงชื่อเข้าใช้งาน
Ref:
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน นาที
เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณเรียบร้อยแล้ว
กรุณากรอกอีเมล
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน
เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณเรียบร้อยแล้ว
โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน
Share
AOT ปรับตัวลดลงอีก 5.04% ทำราคาต่ำสุดในรอบ 10 ปี จาก"คิง เพาเวอร์" ยื่นหนังสือหารือการยกเลิกสัญญาดิวตี้ฟรี เร่งจ้างที่ปรึกษาศึกษาแนวทางแก้ปัญหาและวิเคราะห์ทางเลือก โบรกฯ หั่นราคาเป้าหมายจาก 36.50 เป็น 33.50 บาท แต่ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" คาดได้ข้อสรุปการเจรจาใน 45 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ปรับตัวลดลงอีก 5.04% หรือ 1.50 บาท ทำราคาอยู่ที่28.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 716 ล้านบาท โดยเป็นการทำราคาต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี จากเมื่อ 2 ต.ค.58 ที่ราคาหุ้นทำราคาอยู่ที่ 28 บาท
ด้าน AOT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ทางเลือกแก้ปัญหา หลัง "คิง เพาเวอร์" ยื่นหนังสือขอหารือการยกเลิกสัญญาดิวตี้ฟรี และแนวทางการแก้ปัญหา หลังไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามสัญญา จากเหตุจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ผลกระทบการโควิดและเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ขาดทุนมาต่อเนื่อง
บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” เนื่องจากประเด็นกับ KPD มีแนวโน้มจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับลดลงกว่า 50% ตั้งแต่ต้นปีได้สะท้อนความเสี่ยงไปในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งนี้มีการปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 33.50 บาท จากเดิม 36.50 บาท โดยอิงสมมติฐานว่า KPD จะใช้รูปแบบแบ่งรายได้ 20% สำหรับธุรกิจดิวตี้ฟรีทั้งหมด พร้อมกับปรับลดคาดการณ์จำนวนผู้โดยสาร สัญญาใหม่อาจได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้
การเจรจาระหว่าง AOT และ KPD คาดว่าจะใช้เวลาราว 45 วัน แต่ในระหว่างนี้ KPD ยังต้องจ่ายผลตอบแทนให้ AOT ตามระบบแบ่งรายได้ ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือน ก.ค.68 เป็นต้นไป ในแบบจำลองของเรา เราใช้สมมติฐานส่วนแบ่งรายได้ที่ 20% ตั้งแต่ปี 69 เป็นต้นไป โดยทุก ๆ การลดลงของอัตราส่วนแบ่งรายได้ 5 ppt จากระดับ 20% จะส่งผลให้ราคาเป้าหมายลดลงประมาณ 10% หากใช้รูปแบบแบ่งรายได้ที่ 20% AOT จะสูญเสียรายได้สูงสุดประมาณ 5.7 พันล้านบาท จากที่เคยได้จากธุรกิจดิวตี้ฟรีในปีงบการเงิน 67 (ตามวิธี MAG) และสูญเสียรายได้ประมาณ 1.03 หมื่นล้านบาทต่อปี หากเทียบกับข้อเสนอของ KPD ในปีงบการเงิน 62
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้