DELTA โรดโชว์สิงคโปร์ ในงาน Maybank Invest ASEAN ’26 สถาบันแห่ฟังข้อมูลเพียบ ยันปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ คลี่คลายใน Q3/69 ชูแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส AI ยังคงแข็งแกร่ง คาดการณ์กำไรหลักปีนี้โตเด่น 61% ส่วนปีหน้าโต 40% บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์หลังจาก ได้พา บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA งาน Maybank Invest ASEAN ’26 ที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อ 7 ก.ค.69 ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มลูกค้าระดับสถาบันรวมทั้งสิ้น 35 รายเข้าร่วมการประชุมกับ DELTA ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีผู้เข้าร่วมฟังมากที่สุดในงาน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องของนักลงทุน
บรรยากาศการประชุมเป็นไปในโทนบวกอย่างระมัดระวัง แม้ว่าอาจมีผลกระทบระยะสั้นจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่แนวโน้มการเติบโตในระยะยาวที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส AI ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่ง DELTA ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ การขาดแคลนวัตถุดิบเป็นเพียงปัญหาระยะสั้น
DELTA เชื่อว่าปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบที่กำลังดำเนินอยู่จะคลี่คลายลงภายในช่วง Q3/69 เนื่องจากบริษัทกำลังจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งโอเพนซอร์สที่ผ่านการรับรองเพื่อแก้ปัญหานี้ สำหรับการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบนั้น ส่วนใหญ่บริษัทสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้ แต่อาจต้องใช้เวลาบ้าง DELTA อาจได้รับผลกระทบเล็กน้อยใน Q2/69 อย่างไรก็ตาม เรายังคงประมาณการกำไรหลักในงวด Q2/69 ไว้ที่ 9.7 พันล้านบาท (+115% YoY, +10% QoQ) โดยเชื่อว่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นจะถูกชดเชยด้วยสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นจากกลุ่มระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid-cooling solutions) และอานิสงส์จากเงินบาทที่อ่อนค่า (ทุกๆ การเคลื่อนไหวของเงินบาท 1 บาท จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิประมาณ +9%) ยอดคำสั่งซื้อยังคงหนาแน่น แม้ตลาดจะมีความกังวล แม้ว่าเมื่อเร็วๆ นี้ตลาดจะมีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของการขยายกำลังการผลิตด้าน AI แต่ยอดจองคำสั่งซื้อล่วงหน้าในระยะ 12 เดือนของ DELTA จากกลุ่ม Hyperscalers และผู้ให้บริการ Cloud Service Providers (CSPs) ยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ โรงงานแห่งใหม่ทั้ง 3 แห่งที่บางปู (ซึ่งจะทำให้มีโรงงานรวมเป็น 7 แห่ง) มีกำหนดจะเริ่มเปิดดำเนินการภายในช่วงครึ่งหลังปี 70 และจะช่วยรองรับการเติบโตของยอดขายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทเตรียมรับคำสั่งซื้อที่โอนย้ายมาจากเดลต้าไต้หวัน (DelTW) มากขึ้น ปัจจุบัน DELTA ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มเดลต้า โดยคิดเป็น 38% ของยอดขายรวมของ DelTW ใน Q1/69 เติบโตขึ้นจาก 26% ในปี 65 โอกาสระยะยาวของ DELTA ขับเคลื่อนด้วยชิป ASIC และ TPU DELTA เริ่มมองหาและเตรียมความพร้อมสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไปสู่ระบบ AI-inference โดยในขณะที่เฟสแรกของการขยายกำลังการผลิต AI จะถูกขับเคลื่อนโดยชิป GPU แต่ในเฟสที่สองที่กำลังจะมาถึงนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยชิป ASIC และ TPU เป็นหลัก ซึ่ง DelTW จะเริ่มทยอยเปิดตัวโซลูชันระบบจ่ายไฟแบบ LVDC และ HVDC (ขนาด 400W และ 800W) ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อรองรับกลุ่มตลาดนี้ โดยเรามองว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้จะเป็นปัจจัยหนุนต่อผลประกอบการของ DELTA ในปี 2570 และปีต่อๆ ไป เรายังคงแนะนำ "ถือ" และคงราคาเป้าหมาย (คำนวณด้วยวิธี DDM) ไว้ที่ 336 บาท โดยคาดการณ์ว่ากำไรหลักในปี 2569/2570 จะเติบโตอย่างโดดเด่นที่ 61% และ 40% ตามลำดับ

ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|