Light Mode
Dark Mode
เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ
ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ? สร้างบัญชีฟรี
เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ
มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ? ลงชื่อเข้าใช้งาน
Ref:
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน นาที
เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณเรียบร้อยแล้ว
กรุณากรอกอีเมล
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน
เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณเรียบร้อยแล้ว
โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน
Share
"สุพัฒนพงษ์" ประเมินประชุม ศบค.เย็นนี้ไม่ถึงขั้นล็อคดาวน์ แต่อาจคุมเข้มเป็นบางพื้นที่แบบกรณีสมุทรสาคร มั่นใจรัฐบาลยังเอาอยู่ แต่ยอมรับ โควิดรอบนี้อาจกระทบเป้าจีดีพีปีนี้ที่คาโต 4% ส่วนแผนเปิดประเทศต้องพิจารณาเป็นรายวัน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผย ก่อนการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ชุดใหญ่ช่วงบ่ายวันนี้ ว่า จากภาพรวมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศขณะนี้ ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อคดาวน์
โดยได้ยกตัวอย่าง กรณีการระบาดใน จ.สมุทรสาคร มีจำนวนผู้ติดเชื้อเยอะกว่านี้มาก แม้ลักษณะการแพร่ระบาดจะไม่เหมือนกัน แต่เมื่อเกิดขึ้นทุกคนมีความตระหนักรู้ เกิดความระวังมากขึ้น ส่วนกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอมาตรการควบคุมเข้มข้น คาดว่าจะคุมเข้มเป็นบางพื้นที่ ซึ่งต้องรอสรุปหลังการประชุมต่อไป " การประชุมบ่ายวันนี้ ต้องเน้นไปที่การสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความกังวล แต่ส่วนตัวเชื่อว่าสถานการณ์ดีขึ้นในไม่ช้า เพราะทุกคนปรับตัวได้ อย่างกรณีจังหวัดสมุทรสาครก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ดูแลและบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี " นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว
ส่วนความกังวลว่าการกระบาดรอบนี้จะกระทบต่อแผนเปิดประเทศวันที่ 1 ก.ค.64 หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ยังต้องประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน แต่ทุกคนยังทำงานเช่นเดิม โดยเฉพาะการปฏิบัติการเชิงรุกในการดึงดูดนักลงทุน เพราะภาคธุรกิจกังวลเรื่องความมั่นใจในการควบคุม และสถิติผู้ติดเชื้อมาก เพื่อไปประเมินต่อการตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร แต่ยอมรับว่าการระบาดรอบนี้กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน มีผลกระทบต่อเป้าหมายอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่รัฐบาลตั้งไว้ 4% " การระบาดรอบนี้ อาจจะกระทบต่อเป้าจีดีพี 4% ที่ตั้งไว้ แม้การส่งออกยังดีก็ตาม แต่เราจะกระตุ้นการบริโภคในประเทศเพิ่ม เช่น นำเงินฝากของประชาชนออกมาจับจ่ายมากขึ้น ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก็ยังคงเดินหน้าต่อ " รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้