TIPH เดินหน้าปรับโครงสร้างพอร์ตครั้งใหญ่ เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัล TIPSOL ลุยตลาดลูกค้ารายย่อยตั้งเป้าปั๊มเบี้ยปีแรก 500 ล้านบาท พร้อมดันสัดส่วนรายย่อยแตะ 50% และ พอร์ตรถยนต์ขึ้นเป็น 40% ภายใน 3 ปี ขณะที่เป้าเบี้ยรวมปี 69 มุ่งสู่ 3.2–3.3 หมื่นล้านบาท โตทะลุค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอการรับประกันภัยครั้งสำคัญ โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายย่อย หรือ Personal Line ผ่านการเปิดตัว “TIPSOL” แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องการเชื่อมโยงแบรนด์กับชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกมิติ โดยครอบคลุมไลฟ์สไตล์ 7 ด้าน ได้แก่ รถยนต์ บ้านและที่อยู่อาศัย การเดินทาง สุขภาพและการแพทย์ กิน-ช้อป-เที่ยว สัตว์เลี้ยง และ การมูเตลู ซึ่งบริษัทต้องการใช้ข้อมูลและพฤติกรรมลูกค้ามาพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาว สร้าง “Lifetime Customer” และต่อยอดให้ลูกค้าเป็นผู้แนะนำแบรนด์ไปยังครอบครัวและคนใกล้ชิด ***ตั้งเป้าเบี้ยไม่ต่ำกว่า 500 ลบ. สำหรับเฟสแรกเปิดให้ลูกค้ารายย่อยที่มีกรมธรรม์รายปี รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าร่วมรับสิทธิประโยชน์ ส่วนเฟสสองจะขยายไปยังลูกค้านิติบุคคล ผู้บริหาร และ CEO ขององค์กรต่างๆ โดยตั้งเป้าเบี้ยจากโครงการในช่วง 12 เดือนแรกไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ปัจจุบันทิพยประกันภัย มีสัดส่วนพอร์ต Personal Line ประมาณ 35% ขณะที่ลูกค้านิติบุคคลอยู่ที่ 65% โดยบริษัทตั้งเป้าภายใน 3 ปีจะปรับสัดส่วนลูกค้ารายย่อยขึ้นเป็นอย่างน้อย 50% หากพอร์ตเบี้ยรวมแตะระดับ 4 หมื่นล้านบาท จะทำให้เบี้ยจากตลาดรายย่อยมีโอกาสแตะ 2 หมื่นล้านบาท ด้านประกันภัยรถยนต์ บริษัทฯ เตรียมขยายสัดส่วนจากเดิมที่จำกัดไว้ไม่เกิน 25% ของพอร์ตรวม ขึ้นเป็น 40% ภายใน 3 ปี โดยยังคงรักษาสัดส่วนธุรกิจ Non-Motor ให้มากกว่าพอร์ต Motor เพื่อคงจุดแข็งการเป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มีฐาน Non-Motor แข็งแกร่ง ***แผนปี 69 คาดเบี้ยแตะ 3.2-3.3 หมื่นลบ. สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรวม 32,000-33,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5% สูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะขยายตัว 2.5-3% โดยครึ่งปีแรกบริษัททำผลงานได้เกินครึ่งหนึ่งของเป้าหมายแล้ว ในขณะที่ช่วงที่เหลือของปีนี้จะได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และ การส่งออก รวมถึงแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริดที่เติบโตต่อเนื่อง ***หนุนภาครัฐขับเคลื่อน “ประกันภัยภัยพิบัติสำหรับที่อยู่อาศัย” ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า สำหรับหลักเกณฑ์ "ประกันภัยภัยพิบัติสำหรับที่อยู่อาศัย" ปัจจุบันยังเดินหน้าหารือร่วมกับ คปภ. และ รัฐบาล ซึ่งทางรัฐบาลมีนโยบายให้เริ่มเปิดรับประกันตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน นี้ โดยโครงการดังกล่าวจะใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และ ภาครัฐสนับสนุนเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 500 บาทต่อหลังคาเรือน ครอบคลุมผู้มีสิทธิตามทะเบียนบ้านและที่อยู่อาศัยที่มีผู้อยู่ประจำประมาณ 30 ล้านครัวเรือน รวมถึงห้องชุด ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยทั้งระบบเพิ่มขึ้นประมาณ 15,000 ล้านบาท และ ให้ความคุ้มครองความเสียหายสะสมสูงสุด 75,000 ล้านบาทในระยะเวลา 1 ปี สำหรับภัยพิบัติที่มีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติสาธารณะอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯ มองว่า โครงการมีความเสี่ยงสูง จึงเตรียมกำหนดเกณฑ์คัดเลือกบริษัทประกันภัยอย่างเข้มงวด โดยเบื้องต้นอาจกำหนด CAR Ratio ไม่ต่ำกว่า 180-200% และ ต้องมีกำไรต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี เพื่อป้องกันผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทฯ หากเกิดเหตุภัยพิบัติขนาดใหญ่ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น มีบริษัทประกันวินาศภัยที่คาดว่า จะผ่านเกณฑ์ราว 25 บริษัท จากสมาชิกทั้งหมด 47 บริษัท โดยสมาคมฯ จะเร่งสรุปหลักเกณฑ์และ แนวทางทำงานร่วมกับภาครัฐ ก่อนเสนอรายละเอียดกลับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับการบริหารความเสี่ยงของโครงการ สมาคมฯ เตรียมจัดตั้งระบบ Reinsurance Pool โดยให้ บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ หรือ ไทยรี ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน และ ผู้จัดการพูล โดยบริษัทฯ ประกันภัยที่เข้าร่วมจะร่วมรับความเสี่ยงภายในประเทศไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ขณะที่ความเสี่ยงส่วนที่เหลือประมาณ 70,000 ล้านบาท จะโอนไปยังผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยง และ ลดภาระการตั้งสำรองของบริษัทฯในประเทศ "โครงการนี้เป็นภารกิจสำคัญที่ภาครัฐมอบหมายให้ธุรกิจประกันวินาศภัยเข้ามามีส่วนร่วมบริหารความเสี่ยง จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยภาคธุรกิจมีความพร้อมในการบริหารความเสี่ยง และ รองรับสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐ" ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |