Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ขอนแก่น" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
    • ESG 2026
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ขอนแก่น" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. ข่าวหุ้นล่าสุด
  3. รายละเอียด ข่าวหุ้นล่าสุด
ข่าวหุ้นล่าสุด
25 มี.ค. 2025 เวลา 16:00

`ภาษีการรับให้` คืออะไร? เจาะลึก! ใครเสีย? เงื่อนไขยื่นภาษีอัตรา

`ภาษีการรับให้` คืออะไร? เจาะลึก! ใครเสีย? เงื่อนไขยื่นภาษีอัตรา

Share

twitter icon
line icon
 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 มี.ค. 68 15:59 น.

 

ท่ามกลางกระแสความสนใจในประเด็น "ภาษีการรับให้" ที่ถูกจุดประกายขึ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดย ส.ส.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร บทความนี้จะพาคุณผู้อ่านไปเจาะลึกถึงรายละเอียดของภาษีประเภทนี้ ตั้งแต่ความหมาย วัตถุประสงค์ เงื่อนไขการบังคับใช้ ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษี ไปจนถึงวิธีการคำนวณ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนและรอบด้านในประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจนี้

 

จากกระแสการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้กล่าวถึงกรณีการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยง "ภาษีการรับให้" ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องการทำความเข้าใจในรายละเอียดของภาษีประเภทนี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเงื่อนไขการบังคับใช้ ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษี และวิธีการคำนวณ

 

ภาษีการรับให้ ความหมายและวัตถุประสงค์เชิงลึก 

"ภาษีการรับให้" หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "ภาษีการให้" (Gift Tax) เป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ถูกจัดเก็บจากมูลค่าของทรัพย์สินที่บุคคลธรรมดาได้รับมาโดยเสน่หา หรือโดยการให้เปล่าจากบุคคลอื่นในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งผู้ให้และผู้รับอาจมีความสัมพันธ์เป็นบุตร คู่สมรส ญาติ หรือบุคคลอื่นใดก็ได้

วัตถุประสงค์หลักของการมีภาษีการรับให้นั้นมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการจัดเก็บ "ภาษีการรับมรดก" โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการวางแผนถ่ายโอนทรัพย์สินก่อนเสียชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีมรดกที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีภาษีการรับให้ บุคคลที่มีทรัพย์สินจำนวนมากอาจเลือกที่จะทยอยให้ทรัพย์สินแก่ทายาทก่อนเสียชีวิต แทนที่จะปล่อยให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นมรดก ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีมรดกไป การมีภาษีการรับให้จึงเป็นการอุดช่องว่างทางกฎหมายและสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีโดยรวม

 

จุดเริ่มต้นและพัฒนาการของภาษีการรับให้ในประเทศไทย

ภาษีการรับให้ในประเทศไทยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลมาจากการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรถึงสองฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558 และ (ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2559 การประกาศใช้กฎหมายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงระบบภาษีของประเทศให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับหลักสากลมากยิ่งขึ้น

 

ใคร คือ ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้? ลงรายละเอียดตามประเภททรัพย์สิน 

ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้จะแตกต่างกันไปตามประเภทของทรัพย์สินที่ได้รับการให้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้:

1.กรณีการให้อสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม สิ่งปลูกสร้าง) ในกรณีนี้ กฎหมายกำหนดให้ ผู้ที่ทำการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี โดยเฉพาะเจาะจงถึงกรณีที่ บิดาและหรือมารดา เป็นผู้โอนกรรมสิทธิ์ให้กับ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เท่านั้น อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม (อ้างอิงตามมาตรา 42 (26) แห่งประมวลรัษฎากร) ซึ่งหมายความว่า หากเป็นการให้อสังหาริมทรัพย์ระหว่างบุคคลอื่นนอกเหนือจากกรณีนี้ หรือเป็นการให้แก่บุตรบุญธรรม จะไม่เข้าข่ายการเสียภาษีการรับให้ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์

2.กรณีการให้สังหาริมทรัพย์ (เงินสด หุ้น รถยนต์ ทองคำ เครื่องประดับ ฯลฯ) ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้รับ และมูลค่าของทรัพย์สินที่ได้รับ โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ:

  • การรับให้จากบุพการี, ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส: บุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินได้จากการอุปการะ หรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี (ได้แก่ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ทวด), ผู้สืบสันดาน (ได้แก่ บุตร หลาน เหลน), หรือคู่สมรส จะต้องเสียภาษีเฉพาะในส่วนของเงินได้ที่มีมูลค่า เกินกว่า 20 ล้านบาท ในแต่ละปีภาษี (อ้างอิงตามมาตรา 42(27) แห่งประมวลรัษฎากร)

  • การรับให้จากบุคคลอื่น (ที่ไม่ใช่บุพการี, ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส): บุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินได้จากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา (เช่น การให้เงินช่วยเหลือญาติที่ไม่ใช่บุพการีหรือผู้สืบสันดานในยามเดือดร้อน) หรือจากการให้โดยเสน่หา เนื่องในพิธี (เช่น ของขวัญในงานแต่งงาน) หรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี (เช่น ของขวัญวันเกิด) จากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส จะต้องเสียภาษีเฉพาะในส่วนของเงินได้ที่มีมูลค่า เกินกว่า 10 ล้านบาท ในแต่ละปีภาษี (อ้างอิงตามมาตรา 42(28) แห่งประมวลรัษฎากร)

อัตราภาษีและการคำนวณ ตัวเลขที่ต้องทำความเข้าใจ 

ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้จะต้องเสียภาษีในอัตราคงที่คือ ร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินในส่วนที่เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  1. กรณีการให้อสังหาริมทรัพย์: ผู้โอน (บิดาหรือมารดาที่ให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย) จะต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท โดยจะทำการเสียภาษีในขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดิน หรือผู้โอนสามารถเลือกที่จะนำมูลค่าทรัพย์สินส่วนที่เกินนี้ไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินอื่น ๆ เพื่อเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปกติก็ได้

  2. กรณีการให้สังหาริมทรัพย์: ผู้รับจะต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนที่เกินกว่า 20 ล้านบาท (หากได้รับจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส) หรือเกินกว่า 10 ล้านบาท (หากได้รับจากบุคคลอื่น) โดยผู้รับก็มีสิทธิเลือกที่จะนำมูลค่าทรัพย์สินส่วนที่เกินนี้ไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินอื่น ๆ เพื่อเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปกติได้เช่นกัน

ตัวอย่างการคำนวณภาษีการรับให้: เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

เพื่อให้เข้าใจวิธีการคำนวณภาษีการรับให้มากยิ่งขึ้น ขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมดังนี้:

  • ตัวอย่างที่ 1 (อสังหาริมทรัพย์): คุณพ่อได้ทำการโอนที่ดินให้กับลูกชายที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีราคาประเมินของที่ดินอยู่ที่ 35 ล้านบาท คุณพ่อซึ่งเป็นผู้โอนจะต้องเสียภาษีการรับให้ โดยคำนวณจากส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท ดังนี้: (35,000,000 - 20,000,000) × 5% = 15,000,000 × 0.05 = 750,000 บาท

  • ตัวอย่างที่ 2 (สังหาริมทรัพย์ - จากบุพการี): คุณยายให้เงินสดกับหลานชายจำนวน 25 ล้านบาท หลานชายจะต้องเสียภาษีการรับให้ โดยคำนวณจากส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท ดังนี้: (25,000,000 - 20,000,000) × 5% = 5,000,000 × 0.05 = 250,000 บาท

  • ตัวอย่างที่ 3 (สังหาริมทรัพย์ - จากบุคคลอื่น): ในวันขึ้นบ้านใหม่ เพื่อนของคุณให้ของขวัญเป็นเงินสดจำนวน 12 ล้านบาท คุณจะต้องเสียภาษีการรับให้ โดยคำนวณจากส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท ดังนี้: (12,000,000 - 10,000,000) × 5% = 2,000,000 × 0.05 = 100,000 บาท

ขั้นตอนการยื่นแบบแสดงรายการภาษีรับให้ ช่องทางและวิธีการ 

ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้สามารถเลือกวิธีการเสียภาษีได้ 2 รูปแบบ คือ เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 โดยไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่น หรือเลือกที่จะนำเงินได้จากการรับให้นั้นไปรวมกับเงินได้พึงประเมินอื่น ๆ เพื่อคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีฐานภาษีต่ำกว่าร้อยละ 5

  • การยื่นแบบแสดงรายการภาษีด้วยกระดาษ: ในกรณีที่เลือกยื่นแบบกระดาษ ผู้เสียภาษีจะต้องระบุจำนวนเงินได้และภาษีที่เกี่ยวข้องในรายการ “เงินได้จากการให้หรือการรับ” ในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90 สำหรับผู้มีเงินได้จากหลายแหล่ง หรือ ภ.ง.ด. 91 สำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว)

  • การยื่นแบบแสดงรายการภาษีออนไลน์ (E-Filing): สำหรับผู้ที่สะดวกในการยื่นแบบออนไลน์ สามารถทำได้โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร (www.rd.go.th) และเลือกเมนู “ยื่นแบบออนไลน์” จากนั้นให้เลือกประเภทเงินได้เป็น “เงินได้จากการให้หรือการรับ (มาตรา 40(8))” ในขั้นตอนการกรอกข้อมูล ให้ระบุเงินได้พึงประเมิน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) และที่สำคัญคือทำเครื่องหมายในช่อง “ต้องการเสียภาษีโดยไม่รวม” หากต้องการเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 โดยไม่นำไปรวมกับเงินได้อื่น

การทำความเข้าใจในรายละเอียดของ "ภาษีการรับให้" เป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การส่งต่อทรัพย์สินระหว่างบุคคลในครอบครัวมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีการรับให้ 

ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เงินได้จากการรับให้ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้จะต้องนำเงินได้ดังกล่าวมาแสดงในการยื่นแบบรายการภาษีตามกำหนดเวลาดังต่อไปนี้

สำหรับเงินได้จากการรับให้ที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนของปีภาษี ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติม (ภ.ง.ด.94) ภายในเดือนกันยายนของปีภาษีนั้น

ส่วนเงินได้จากการรับให้ที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคมของปีภาษี ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.90) ภายในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีภาษีนั้น อย่างไรก็ตาม หากเลือกยื่นแบบผ่านระบบออนไลน์ (E-Filing) จะได้รับการขยายเวลาการยื่นออกไปอีก 8 วัน

บทวิเคราะห์ ภาษีการรับให้ในบริบทประเทศไทย 

โดยสรุปแล้ว "ภาษีการรับให้" หรือภาษีการให้ เป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากทรัพย์สินที่ได้รับมาโดยเสน่หาในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมการจัดเก็บภาษีการรับมรดกและป้องกันการเลี่ยงภาษีดังกล่าว กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแตกต่างกันไปตามประเภทของทรัพย์สินและความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้รับ โดยมีอัตราภาษีคงที่ร้อยละ 5 สำหรับมูลค่าทรัพย์สินส่วนที่เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (10 ล้านบาทสำหรับผู้รับจากบุคคลอื่น และ 20 ล้านบาทสำหรับผู้รับจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถเลือกที่จะเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 โดยไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่น หรือจะนำไปรวมเพื่อคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปกติก็ได้ และมีกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่ได้รับเงินได้

ผลกระทบต่อการส่งต่อความมั่งคั่งในครอบครัวและความเป็นธรรมทางภาษีในประเทศไทย

ประเด็นที่คนไทยให้ความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับภาษีการรับให้คือ ผลกระทบต่อการส่งต่อความมั่งคั่งภายในครอบครัว และความรู้สึกถึงความเป็นธรรมของระบบภาษีโดยรวม ในสังคมไทยที่มีวัฒนธรรมการส่งต่อทรัพย์สินจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเข้มแข็ง ภาษีการรับให้จึงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและอาจส่งผลต่อการวางแผนทางการเงินของหลายครอบครัว

ในบริบทของประเทศไทย ที่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจยังคงเป็นประเด็นท้าทาย ภาษีการรับให้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในการกระจายรายได้ เนื่องจากเป็นการเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับทรัพย์สินมาโดยไม่ได้เกิดจากการทำงานหรือการลงทุนโดยตรง อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นมักจะมุ่งเน้นไปที่อัตราภาษีและเกณฑ์การยกเว้นที่เหมาะสม นอกจากนี้ในความเป็นจริง การจัดเก็บภาษีการรับให้ในประเทศไทยอาจเผชิญกับความท้าทายหลายประการ  แบ่งได้ดังนี้

  1. ความเข้าใจและการตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายภาษีนี้ในหมู่ประชาชนยังไม่แพร่หลายนัก หลายคนอาจยังไม่ทราบถึงหน้าที่ในการเสียภาษีเมื่อได้รับการให้ทรัพย์สิน ทำให้เกิดปัญหาการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ

  2. เกณฑ์การยกเว้นที่ค่อนข้างสูง (10 ล้านบาท และ 20 ล้านบาท) อาจทำให้การจัดเก็บภาษีจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้ได้รับทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงเท่านั้น ซึ่งอาจไม่ส่งผลต่อการลดความเหลื่อมล้ำในภาพรวมมากนัก นอกจากนี้ การกำหนดเกณฑ์ที่แตกต่างกันตามความสัมพันธ์ของผู้ให้และผู้รับก็อาจถูกมองว่าไม่เป็นธรรมในบางกรณี

  3. การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังหาริมทรัพย์บางประเภท อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างผู้เสียภาษีและเจ้าหน้าที่ได้

  4. การวางแผนเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี อาจเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีความรู้และทรัพยากรเพียงพอ ซึ่งอาจทำให้วัตถุประสงค์ของการจัดเก็บภาษีการรับให้ไม่บรรลุผลเท่าที่ควร

ดังนั้น แม้ว่าภาษีการรับให้จะเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการสร้างความเป็นธรรมทางภาษี แต่การพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดของกฎหมาย เช่น เกณฑ์การยกเว้น อัตราภาษี และวิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน อย่างรอบคอบ รวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภาษีการรับให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างแท้จริงในบริบทของประเทศไทย



ตารางสรุปภาษีการรับให้ตามข้อกฎหมาย 

ข้อกฎหมายประเภทเงินได้ผู้ให้ผู้รับมูลค่าที่ได้รับยกเว้นตลอดปีภาษีนั้นมูลค่าที่นำมาคำนวณภาษี
มาตรา 42 (26)เงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่มีค่าตอบแทน (อสังหาริมทรัพย์)- บิดา มารดา (ผู้โอน)- บุตรชอบด้วยกฎหมาย (ไม่รวมบุตรบุญธรรม) (ต่อบุตร 1 คน)ไม่เกิน 20 ล้านบาทเงินได้ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท ผู้โอนหักภาษีขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไว้ร้อยละ 5 เลือกไม่นำมารวมคำนวณได้ (ตามมาตรา 48 (4/1) และมาตรา 50 (6))
มาตรา 42 (27)เงินได้จากการอุปการะ หรือจากการให้โดยเสน่หา (สังหาริมทรัพย์)- บุพการี - ผู้สืบสันดาน - หรือ คู่สมรสบุคคลธรรมดาไม่เกิน 20 ล้านบาทผู้รับเลือกเสียภาษีร้อยละ 5 ของเงินได้ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท โดยไม่นำไปรวมคำนวณ หรือนำมารวมคำนวณ ตามมาตรา 48 (1) และมาตรา 48 (2) (ตามมาตรา 48 (6))
มาตรา 42 (28)เงินได้จากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา หรือจากการให้โดยเสน่หา เนื่องในพิธี
หรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี (สังหาริมทรัพย์)
- มิใช่ บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือ คู่สมรส นิติบุคคลบุคคลธรรมดาไม่เกิน 10 ล้านบาทผู้รับเลือกเสียภาษีร้อยละ 5 ของเงินได้ส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท โดยไม่นำไปรวมคำนวณ หรือนำมารวมคำนวณ ตามมาตรา 48 (1) และมาตรา 48 (2) (ตามมาตรา 48 (7))
มาตรา 42 (29)เงินได้ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา ที่ผู้ให้แสดงเจตนา
หรือเห็นได้ว่ามีความประสงค์ให้ใช้เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา / กิจการศึกษา / กิจการสาธารณประโยชน์
ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง (สังหาริมทรัพย์)
- บุคคลธรรมดา - นิติบุคคล- บุคคลธรรมดาไม่จำกัดจำนวนได้รับยกเว้นเงินได้ (ตามมาตรา 42 (29))

 

 

เรียบเรียง
ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล : reporter@efinancethai.com
อนุมัติ
อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีการรับให้แพทองธารภาษีกรมสรรพากรอภิปรายไม่ไว้วางใจวิโรจน์ลักขณาอดิศร

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

คุณสุภารัตน์ งามศรี (หนึ่ง)

โทร : 099-446-4366

Email : suparat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ขอนแก่น" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ขอนแก่น" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   LastestNews Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที