MINT - BDMS เปิดเทรนด์ "Wellness & Longevity" รับมือนักท่องเที่ยวยุคใหม่ เผยเทรนด์นักท่องเที่ยวสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น แย้มไทยได้เปรียบคู่แข่งในตลาดอื่นๆ ชี้โจทย์ใหญ่ไทยคือการเชื่อมโยงจุดต่างๆ พร้อมหนุนสร้างประสบการณ์ดึงดูดคนกลับมาดูแลสุขภาพต่อเนื่อง MINT ชี้เทรนด์นักท่องเที่ยวสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น - ชูไทยได้เปรียบคู่แข่งในตลาดอื่นๆ
Mr.William Ellwood Heinecke ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยในงานเสวนาในหัวข้อ "The Future of the Human-Centric Economy" ว่าาปัจจุบัน MINT มีโรงแรมประมาณ 600 แห่ง ซึ่งดำเนินงานอยู่ใน 60 ประเทศทั่วโลก และเราได้เห็นความสนใจที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่แค่จากกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่จากคนทุกกลุ่มอายุ ซึ่งพวกเขากำลังมาหาเราในระหว่างการพักผ่อนเพื่อใช้เวลามากขึ้นหรือบางทีเพื่อดูเรื่องการนอนหลับ เพื่อการจัดการความเครียด พยายามทำ Biohacking และทำสิ่งอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนช่วงวันหยุดของพวกเขา ทั้งนี้ในอดีตโรงแรมที่ไม่มีสปาอาจเปรียบเหมือนไม่มีบริการเสิร์ฟอาหารบนห้องพัก (Room Service) แต่ในปัจจุบันหากโรงแรมไม่มีบริการที่เน้นเรื่อง Wellness, Longevity และ Biohacking ก็จะไม่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ ขณะที่ผู้คนในปัจจุบันอาจไม่ได้อยากไปโรงพยาบาลเพื่อทำ Wellness เสมอไป เพราะบรรยากาศแบบรีสอร์ทจึงเป็นทางเลือกที่ดึงดูดมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางมาเป็นครอบครัว ซึ่งต้องการทำกิจกรรมดูแลสุขภาพแบบพาร์ตไทม์ควบคู่ไปกับการพักผ่อน ขณะที่มองประเทศไทยมีระบบนิเวศที่แข็งแกร่งมาก สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนจากประเทศไทยยังคงมีการบริการต้อนรับระดับโลก นอกจากนี้ยังมีการดูแลรักษาในโรงพยาบาลและ การดูแลทางการแพทย์ระดับโลกในราคาที่จับต้องได้และเข้าถึงง่ายมากอีกด้วย รวมถงยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ยาวนานที่สุดสำหรับการพำนักระยะยาว ดังนั้นสิ่งนี้ทำให้เรามีโอกาสอย่างแท้จริงในการนำเสนอสิ่งต่างๆให้กับพวกเขามากขึ้นและตอบสนองต่อสิ่งที่พวกเขาต้องการจากประสบการณ์ "ความได้เปรียบในการแข่งขันในประเทศไทยต้องระวัง เพราะประเทศเวียดนามและบาหลีกำลังตามทันอย่างรวดเร็ว แต่พวกเขายังไม่มีระบบนิเวศเหมือนประเทศไทย เพราะเรามีความพร้อมอย่างดี ทั้งอาหารที่ยอดเยี่ยม ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม แขกที่มาพักระยะยาว และเรายังคงคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆอีกหลายแห่ง" Mr.William กล่าว BDMS แย้มโจทย์ใหญ่ไทยคือการเชื่อมโยงจุดต่างๆ - หนุนสร้างประสบการณ์ดึงดูดคนกลับมาดูแลสุขภาพต่อเนื่อง แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวว่าในอดีตเมื่อ 5 ปีก่อน Wellness อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูง แต่ปัจจุบันช่วงอายุของผู้ใช้บริการลดลงอย่างเห็นได้ชัดและเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย มาเป็นเวชศาสตร์ป้องกันเพื่อประวิงเวลาและป้องกันโรค ทั้งนี้ Wellness ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นวิถีชีวิตประจำวัน ซึ่งการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพำนักในไทยเฉลี่ยถึง 10 วัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากในการสร้าง Lifestyle Transformation อย่างไรก็ตามแม้ประเทศไทยจะมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบ ทั้งอาหาร การนอน สภาพแวดล้อม และวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการเชื่อมโยงจุดต่างๆเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดึงดูดให้คนไทย ชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยในไทย และนักท่องเที่ยวกลับมารักษาและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง หนุนผสานวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เข้ากับประเพณีดั้งเดิมดึงดูดนักท่องเที่ยว
Mr.Sophie Hascher Multidisciplinary Expert and Neuroscientist at the Intersection of Science,Longevity & Capital กล่าวว่าจากเทรนด์โลกพบว่าคนรุ่นใหม่ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง และต้องการข้อมูล Data สุขภาพหรือสมองเพื่อเข้าใจร่างกายตนเองมากขึ้น ขณะที่ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิง Wellness ก็กำลังเติบโตขึ้น ดังนั้นเมื่อเรานึกถึงประเทศไทยโดยเฉพาะความดึงดูดใจมากในเรื่องของคุณภาพการบริการ ซึ่งถือว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลกและหากดูโรงแรม 10 อันดับแรกในปี 68 จะพบว่ามี 3 แห่งที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยในกรุงเทพฯ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคุณภาพการบริการที่มีในประเทศไทยนั้นอยู่อันดับต้นๆของโลก แต่สิ่งที่ทำให้ไทยแตกต่างอย่างแท้จริงคือการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และประเพณีดั้งเดิม อย่างไรก็ตามแม้การตรวจทางการแพทย์เชิงลึกจะทำได้ในยุโรปหรือสหรัฐฯ แต่ประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงการแพทย์สมัยใหม่เข้ากับศาสตร์ดั้งเดิม เช่น สมุนไพรไทย, พุทธศาสนา และแพทย์แผนจีนได้อย่างลงตัว จึงทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกที่จะกลับมาเยือนประเทศไทยซ้ำๆต่อเนื่องนับสิบปี ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |