OR มั่นใจผลประกอบการ Q3/69 ฟื้น หลัง Q2 ผ่านจุดต่ำสุด จากผลกระทบราคาน้ำมันผันผวน ทำให้เกิด Stock Loss-ตั้งสำรอง NRV รวม 1.1 หมื่นลบ.เดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจ 5-6 ปี มุ่งเพิ่มสัดส่วน EV เป็น 10% ของพอร์ต Mobility เร่งขยายธุรกิจ Lifestyle บุกบังกลาเทศ ขยาย Café Amazon ต่างประเทศ นางสาวปิติรัตน์ รัตนโชติ ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยในงาน Earnings Call โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากความผันผวนของราคาน้ำมัน โดยบริษัทจำเป็นต้องสำรองน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจึงเกิด Stock Loss ประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท และการตั้งสำรอง NRV ราว 2,000-2,300 ล้านบาท รวมผลกระทบประมาณ 11,000 ล้านบาท หากไม่รวมผลกระทบจาก Stock Loss และ NRV บริษัทสามารถรักษาระดับ Marketing Margin ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สะท้อนว่าธุรกิจหลักยังมีความสามารถในการทำกำไร มั่นใจ Q3 ฟื้น มอง Q2 เป็นจุดต่ำสุด แนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงระดับปกติ หลังความผันผวนของราคาน้ำมันเริ่มลดลง ขณะที่ระดับสินค้าคงคลังซึ่งเคยสูงกว่าระดับปกติ 2-3 วันในไตรมาส 2 ได้ปรับกลับเข้าสู่ระดับปกติแล้ว "มองตรมาส 2 ถือเป็นจุดต่ำสุดของปี และคาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะทยอยฟื้นตัวตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น"นางสาวปิติรัตน์กล่าว วางแผน 5-6 ปี ดัน EV แตะ 10% พอร์ต Mobility ในระยะยาว เตรียมปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจเพื่อรับมือกับแนวโน้มการใช้น้ำมันที่อาจทรงตัวหรือลดลง โดยให้ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่จะเข้ามาชดเชยรายได้จากธุรกิจน้ำมัน บริษัทตั้งเป้าภายใน 5-6 ปีข้างหน้า สัดส่วนธุรกิจ EV จะเพิ่มขึ้นเป็น 10% ของพอร์ต Mobility พร้อมเดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกี่ยวข้องกับ EV เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ เร่งโต Lifestyle ชู Café Amazon-ธุรกิจอาหาร ธุรกิจ Lifestyle ยังคงเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างรายได้และกำไร เนื่องจากมี EBITDA Margin ในระดับเลขสองหลักและมีความผันผวนน้อยกว่าธุรกิจน้ำมัน ยังคงเดินหน้าขยายสาขา Café Amazon ควบคู่กับการเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อสาขา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายร้านค้า ยังร่วมมือกับ Minor International ขยายธุรกิจอาหาร 4 แบรนด์ภายในเครือข่ายของ OR ตั้งเป้าขยาย 150 สาขาในระยะสั้น และคาดหวัง EBITDA Margin ระยะยาวไม่น้อยกว่า 15% ตลาดต่างประเทศ เดินหน้าขยายธุรกิจในเอเชียใต้ โดยเปิด Café Amazon สาขาแรกในบังกลาเทศ และตั้งเป้าขยายสาขาในระยะแรกให้ครบ 100 แห่ง พร้อมนำโมเดล Café Amazon Concept Store มาใช้เพื่อยกระดับแบรนด์และสร้างร้านให้เป็นจุดหมายปลายทางของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ โดยจะพิจารณาขายหรือยุติธุรกิจที่ไม่สามารถสร้างกำไรหรือไม่มี Synergy กับธุรกิจหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน สะท้อนจากการยุติธุรกิจ Texas Chicken รวมถึงการปิดสาขาในเวียดนามและจีน ด้านสถานะลูกหนี้จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สิ้นมิ.ย.69 อยู่ที่ 14,000-16,000 ล้านบาท ปัจจุบันกองทุนทยอยชำระคืนแล้ว 7,000-8,000 ล้านบาท คาดว่ายอดลูกหนี้ดังกล่าวจะทยอยลดลงต่อเนื่อง และสถานการณ์จะค่อยๆ คลี่คลายจนอยู่ในระดับที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ โดยยังติดตามการชำระคืนจากกองทุนอย่างใกล้ชิด - พาไปหน้า AI (สำหรับหุ้นรายตัว) 1. ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |