KBANK ชูแนวคิด "สร้างสะพานสู่ความยั่งยืน" กระตุ้นภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เพื่อคว้าโอกาสในโลกอนาคต นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยในงาน EARTH JUMP 2026 : A Bridge to Empowered Actions หัวข้อ A Bridge to Empowered Actions สะพานแห่งความยั่งยืน ว่า สะพาน เป็นสัญลักษณ์สำคัญของงาน โดยสะพาน คือ ตัวแทนของการเดินทางร่วมกันเพื่อก้าวข้ามความท้าทาย ซึ่งได้ยกตัวอย่างสะพานที่มีชื่อเสียง เช่น สะพานวิโย (Millau Viaduct) ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติด้วยวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่ยากลำบาก เพื่อเชื่อมต่อผู้คนเข้าหากัน เช่นเดียวกับการสร้างสะพานสู่ความยั่งยืนที่ต้องอาศัยความพยายามและความมุ่งมั่นของทุกท่าน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก หลายท่านอาจมีคำถามในใจว่า เหตุใดเรื่อง Net Zero หรือ เรื่อง Green จึงมีความจำเป็นในขณะนี้ ทั้งที่ธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจชะลอตัว การก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI การใช้ข้อมูล (Data) สงครามความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงต้นทุนการผลิตและภาษีที่เพิ่มสูงขึ้น "วิกฤตเป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาตลอด โดยเฉพาะคนไทยที่ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มาได้ทุกครั้ง และ ครั้งนี้ก็เช่นกันที่เราต้องเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านมันไป"
ประเด็นสำคัญที่อยากจะเน้นย้ำ คือ การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ "โบนัส" หรือ "แต้มบวก" เล็กน้อยอีกต่อไป แต่มัน คือ การสร้าง "ใบอนุญาตในการทำธุรกิจ" (License to operate) เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในโลกอนาคต การปรับตัวนี้ต้องทำทั้งในระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และ ในระยะยาวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจสามารถอยู่ในเกมได้ต่อไปอย่างยั่งยืน สำหรับการเริ่มต้นลงมือทำนั้น อยากเสนอให้ผู้ประกอบการเริ่มจากความจริงที่เผชิญอยู่ โดยการสำรวจกระบวนการผลิตว่ามีสิ่งใดที่สูญเปล่า (Waste) หรือไม่ เช่น มีสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจนต้องทิ้ง มีขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน หรือ มีการผลิตที่เกินความต้องการของตลาดหรือไม่ การปรับปรุงกระบวนการเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้พลังงาน แต่ยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มกำไร ให้กับธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องรอเทคโนโลยีในอนาคต ในส่วนของธนาคารได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายให้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ แม้ว่าในช่วงแรกการลดการปล่อยคาร์บอนอาจจะยังไม่เห็นผลชัดเจน เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและความพร้อมของคู่ค้า แต่ปัจจุบันธนาคารมองว่า เทคโนโลยีและผู้ประกอบการมีความพร้อมมากขึ้นแล้ว จึงเป็นเวลาที่ต้องเร่งลงมือทำอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ความสำคัญของ Green Finance และเทคโนโลยี โดยระบุว่าเงินทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้มาจากสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ต้องมาจากทุกภาคส่วน การพัฒนาเทคโนโลยีต้องแบ่งเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ช่วงการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ (Commercialization) ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาคเอกชนและสถาบันการเงินที่จะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้นำเสนอ "สะพาน 4 ประเภท" ที่ต้องข้ามผ่านเพื่อความสำเร็จ ประกอบด้วย 1.สะพานแห่งทัศนคติ เปลี่ยนจากการทำเพื่ออยู่รอดระยะสั้น เป็นการทำเพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตที่ยั่งยืน 2.สะพานแห่งกฎระเบียบ มองว่ากฎเกณฑ์ต่าง ๆ คือโอกาสสำหรับผู้ที่ทำสำเร็จก่อนจะเป็นผู้ชนะในตลาด 3.สะพานแห่งห่วงโซ่อุปทาน เลิกมองว่าเรื่อง Green เป็นหน้าที่ขององค์กรใหญ่เท่านั้น แต่ต้องทำร่วมกันทั้ง Supply Chain เพราะหากคู่ค้าไม่รอด องค์กรใหญ่ก็อยู่ไม่ได้ 4.สะพานแห่งการปฏิบัติ เปลี่ยนจากเพียงแค่มีวิสัยทัศน์ หรือ คำมั่นสัญญา ไปสู่การลงมือทำจริง โดยธนาคารกสิกรไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน และ ความรู้ให้กับผู้ประกอบการ "เราไม่สามารถเลือกได้ว่าวิกฤตจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่สิ่งเดียวที่เราเลือกได้ คือ เราจะตอบสนองต่อวิกฤตนั้นอย่างไร จึงอยากเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันสร้างสะพานแห่งความยั่งยืน เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างโอกาสทางธุรกิจที่มั่นคงในอนาคต ภายใต้แนวคิดหลักของงาน คือ To Empower Action" ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |