CGSI มองการขยาย "คลินิกพรีเมียม" ในโรงพยาบาลรัฐเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้างต่อธุรกิจรพ.เอกชน โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลางที่พึ่งพาผู้ป่วยในประเทศและผู้มีประกันสุขภาพ คาดการแข่งขันด้านราคาและการแย่งชิงบุคลากรรุนแรงขึ้น ปรับลดคำแนะนำ BCH และ CHG เป็น "ขาย" ส่วน RAM คง "ถือ" ยังให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มรพ. ยก BH และ PR9 เป็นหุ้นเด่น รับอานิสงส์ผู้ป่วยต่างชาติและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า กรณี รัฐบาลไทยได้จัดตั้ง “คลินิกพรีเมียม” 16 แห่งในโรงพยาบาลรัฐและสถาบันเฉพาะทาง เพื่อรองรับกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง ผู้มีประกันสุขภาพ และผู้ป่วยชาวต่างชาติ เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (ที่มา: Bangkok Biz News) ส่วนรายได้จากคลินิกเหล่านี้จะนำมาใช้เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์และปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ ขณะที่กรมการแพทย์มีแผนจะเปิดคลินิกพรีเมียมเพิ่มเติม ซึ่งเราเชื่อว่าจะทำให้กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงพยาบาลระดับกลาง (mid-tier) มีการแข่งขันสูงขึ้น
มองว่าการเปิดคลินิกพรีเมียมในโรงพยาบาลรัฐเพิ่มเติมจะทำให้การแข่งขันในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนมีความท้าทายมากขึ้น โดยถึงแม้ว่าผู้ประกอบการโรงพยาบาลระดับพรีเมียมอย่าง BDMS และ BH น่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาเฉพาะทาง และมีฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
แต่โรงพยาบาลระดับกลางที่เน้นรับกลุ่มผู้ป่วยที่จ่ายค่ารักษาเอง อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันจากจำนวนผู้ป่วยนอกที่ลดลง, การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวอาจทำให้มีการแข่งขันดึงตัวบุคลากรทางการแพทย์กันมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับบริษัทประกัน เนื่องจากคลินิกพรีเมียมของภาครัฐเป็นทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแต่มีมาตรฐานการรักษาที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้น ในภาพรวม เราจึงมองว่าประเด็นนี้น่าจะกลายเป็นปัจจัยลบเชิงโครงสร้างในระยะยาวมากกว่าจะเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงต่อผลกำไรในระยะสั้น
ทั้งนี้เชื่อว่า BCH มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการเพิ่มจำนวนคลินิกพรีเมียมมากที่สุด เพราะธุรกิจหลักของบริษัทอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของคลินิกพรีเมียมส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม BCH กำลังขยายกิจการไปยังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อลดการพึ่งพาตลาดกรุงเทพฯ จึงน่าจะทำให้พื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นตลาดหลักของ CHG มีการแข่งขันสูงขึ้น
ขณะที่ RAM มีความเสี่ยงเช่นกันจากการมีโรงพยาบาลอยู่ในกรุงเทพฯ แต่การควบรวมกิจการกับ THG น่าจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าว เนื่องจากช่วยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผนเปิดคลินิกพรีเมียมน้อยกว่า
โดยเชื่อว่าการขยายตัวของโรงพยาบาลรัฐระดับพรีเมียมจะทำให้มีการแข่งขันรุนแรงขึ้นในกลุ่มโรงพยาบาลระดับกลาง โดยเฉพาะ BCH, CHG และ RAM ที่เน้นให้บริการแก่ผู้ป่วยในประเทศที่จ่ายค่ารักษาเองและมีประกันสุขภาพ เราจึงปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยปรับลดคำแนะนำของ BCH และ CHG เป็น “ขาย” แต่ยังแนะนำ “ถือ” สำหรับ RAM
ขณะที่เรายังคงชอบโรงพยาบาลระดับพรีเมียมที่มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติสูง และยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาล โดยเลือก BH และ PR9 เป็นหุ้น Top Pick เพราะมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มากกว่า ส่วนปัจจัยบวกที่จะหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น คือการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติและอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่ downside risk จะมาจากการขยายตัวของโรงพยาบาลรัฐที่เร็วกว่าคาด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมารุนแรงขึ้น และเศรษฐกิจไทยที่อ่อนตัวกว่าคาดการณ์
โรงพยาบาลจดทะเบียนภายใต้การวิเคราะห์ของ CGSI แห่งใดได้รับผลกระทบจากการแข่งขันกับคลินิกพรีเมียมของรัฐมากที่สุด?
| บริษัท | ระดับผลกระทบ (Exposure) | ความคิดเห็น / เหตุผล | ราคาเป้าหมาย (บ.) | | กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) | ต่ำ | มีเครือข่ายที่หลากหลาย แฟรนไชส์การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่แข็งแกร่ง และมีศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ | 26 | | บำรุงราษฎร์ (BH) | ต่ำมาก | ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยชาวต่างชาติ และวางตำแหน่งการตลาดระดับพรีเมียม | 212 | | พระราม 9 (PR9) | ปานกลาง | มีชื่อเสียงโดดเด่นด้านแพทย์เฉพาะทาง แต่มีสัดส่วนผู้ป่วยในประเทศสูงกว่า BH | 23 | | จุฬารัตน์ (CHG) | ปานกลาง | พึ่งพาผู้ป่วยในประเทศ และระบบประกันสังคมในสัดส่วนที่สูงกว่า | 1.40 | | บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) | ปานกลาง–สูง | มีความเสี่ยงต่อกลุ่มผู้ป่วยในประเทศและผู้ป่วยที่มีประกัน ซึ่งอาจพิจารณาเลือกใช้คลินิกพรีเมียมของรัฐเป็นทางเลือก | 8.80 | | รามคำแหง (RAM) | ปานกลาง–สูง | มีเครือข่ายในประเทศขนาดใหญ่ แม้ว่าการส่งต่อผู้ป่วยและขนาดของเครือข่าย จะช่วยป้องกันผลกระทบได้บางส่วน | 17.50 |
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|