BAM คาดครึ่งหลังปีนี้ ซื้อทรัพย์เพิ่มอีก 1-2 หมื่นล้านบาท หลังครึ่งปีแรกช้อปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท ปรับกลยุทธ์ระบายสินค้าราคาต่ำแต่มีจำนวนมากให้สอดรับสภาพเศรษฐกิจ ยังมั่นใจกำไรปีนี้ยังแตะ 2 พันล้านบาท ตามเป้า แม้กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้น นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าซื้อทรัพย์ใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คิดเป็นมูลค่า 10,000 - 20,000 ล้านบาท เทียบกับช่วงครึ่งแรกของปีนี้ที่ซื้อเข้ามาแล้วราว 10,000 ล้านบาท สาเหตุที่ทำให้การซื้อทรัพย์เข้ามาบริหารในปีนี้น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของปีก่อน ๆ ที่อยู่ระดับ 30,000 - 80,000 ล้านบาท เพราะ BAM มีสัดส่วนหนี้เสีย (NPL) มากสุดในตลาด และมากกว่าอันดับ 2 ในตลาดถึง 3 เท่า ทำให้บริษัทจำเป็นต้องเลือกทรัพย์ที่จะซื้อเข้ามาบริหารมากขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยบริษัทต้องเลือกทรัพย์ที่มีแนวโน้มขายออกไปได้ง่าย หรือมีความต้องการในตลาดมากที่สุดในขณะนี้ ซึ่งปีนี้จะเน้นไปที่การซื้อทรัพย์ประเภทโรงแรมเข้ามามากกว่าปีก่อน ๆ เพราะเป็นทรัพย์ที่กำลังขายง่ายมากที่สุดในปัจจุบัน สะท้อนจากการท่องเที่ยวในประเทศเริ่มฟื้นตัว ส่วนทรัพย์อีกประเภทที่ BAM ให้ความสนใจ คือ อาคารสำนักงาน โดยทรัพย์ทั้ง 2 ประเภทดังกล่าว ถือว่ายังมีอยู่ในพอร์ตฯของบริษัทค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว ที่ปัจจุบันขายออกไปค่อนข้างยาก หลังกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง และธนาคารมีการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยสูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน เมื่อประเมินภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ถือว่ายังค่อนข้างน่าพึงพอใจ แต่สถานการณ์ก็มีความเปราะบาง และท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย ทำให้ BAM ต้องเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานรูปแบบใหม่ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน สะท้อนจากการดำเนินงานในปี 2568 ที่บริษัทมีผลเรียกเก็บอยู่ในเกณฑ์ดี จากการขายทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงไม่กี่ชิ้น แต่สำหรับช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ระบายทรัพย์ที่มีมูลค่าไม่สูง แต่มีจำนวนมาก ทำให้ 5 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้จากส่วนนี้ราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมั่นใจว่าผลการดำเนินงานปี 2569 จะสามารถทำกำไรสุทธิแตะระดับ 2,000 ล้านบาทได้ตามเป้าหมาย แต่ผลเรียกเก็บอาจจะไม่ถึง 17,900 ล้านบาท ตามเป้าหมายแรก เพราะบริษัทมีการเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ระบายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงมากขึ้น จึงอาจทำให้ผลเรียกเก็บในปีนี้อาจจะอยู่ที่ราว 15,000 ล้านบาท แต่ยังคงรักษาระดับกำไรที่สูงไว้ได้ ขณะที่การตั้งสำรองหนี้สูญปีนี้ คาดว่าจะลดลงจากปีก่อนกว่าเท่าตัว มาอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น BAM จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้
ปัจจัยบวก ยอดเก็บเงินสดมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ Q2/69 หลังจากชะลอตัวในไตรมาสแรก โดยมีลูกหนี้รายใหญ่ที่เลื่อนชำระหนี้ (มูลค่ารวมราว 1 พันล้านบาท) ได้ชำระหนี้เรียบร้อยแล้ว 1 ราย ส่วนอีก 2 รายอยู่ระหว่างขั้นตอนการชำระหนี้ (บล.เคจีไอ)
กลยุทธ์การขาย NPA และมาตรการกระตุ้นยอดขายใหม่ บริษัทได้ปรับแผนให้ผู้ซื้อ NPA สามารถผ่อนชำระค่างวดตรงกับ BAM ได้โดยไม่ต้องกู้ธนาคาร รวมถึงจัดโครงการ "ทรัพย์มหาชน" ร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการให้ส่วนลดไม่เกิน 30% แก่พนักงานรัฐวิสาหกิจผ่านการหักบัญชีเงินเดือน ซึ่งจะช่วยหนุนกระแสเงินสดจาก NPA ให้ฟื้นตัวจากฐานต่ำ (บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) ความคืบหน้าในการจัดตั้ง JV AMC การตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) ร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) และธนาคารพาณิชย์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน Q3/69 ซึ่งจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งกำไรและหนุนให้บริษัททำยอดเก็บเงินสดได้ตามเป้าหมายปีนี้ที่ 1.79 - 1.80 หมื่นล้านบาท (บล.เคจีไอ) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและสำรองหนี้ปรับตัวลดลง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากไม่มีการตั้งด้อยค่า NPA ก้อนใหญ่เหมือนใน Q4/68 ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ (ECL) ปรับตัวลดลงตามรายได้ค้างรับที่ลดลงด้วย (บล.ทรีนีตี้) เป็นหุ้นปันผลเด่นที่มี Upside ราคาหุ้นในปัจจุบันยังมีส่วนต่างจากราคาเป้าหมาย และมีความน่าสนใจจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงที่คาดว่าจะจ่ายมากกว่า 6% ถึง 7% ต่อปี (บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) ปัจจัยลบ ความกดดันด้านมาร์จิ้นจากการแข่งขันและภาวะตลาด ทำให้ปรับลดสมมติฐานมาร์จิ้นลง 40bps อยู่ที่ 8.1% ในปี 2569 และ 8.3% ในปี 2570 เนื่องจากมองว่า BAM อาจจำเป็นต้องยอมลดมาร์จิ้นและให้ส่วนลดเพิ่มขึ้นเพื่อดันยอดเก็บเงินสดให้ได้ตามเป้า พร้อมปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 - 2570 ลงปีละ 6% (บล.เคจีไอ) กำลังซื้อและเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย กระแสเงินสดรับจาก NPA ได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกที่อาจกระทบต่อรายได้ภาคครัวเรือน (บล.ทรีนีตี้) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น BAM เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews 
|