NER มั่นใจงบครึ่งปีหลังยังแจ่ม ย้ำรายได้ปีนี้โต 50% แตะ 1.7 หมื่นลบ. - ยอดขาย 3.6 แสนตัน เผยได้ลูกค้าใหม่จีน 2 ราย หนุนยอดขายเพิ่ม 7.2 หมื่นตัน/ปี ด้านโรงใหม่ใหม่เริ่มผลิตได้ปีนี้ดันกำลังผลิตรวมแตะ 4.65 แสนตัน/ปี ส่วน 2 โครงการผลิตก๊าซชีวิภาพเริ่มรับรู้รายได้ปีนี้ นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่าบริษัทคาดการณ์แนวโน้มทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังยังเติบโตได้ดี หลังโรงงานของลูกค้าในประเทศจีนเริ่มกลับมาผลิตหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง หนุนบริษัทได้รับคำสั่งซื้อมากขึ้น โดยล่าสุดบริษัทได้สัญญาซื้อระยะยาวจากลูกค้าจีน 2 ราย มียอดจำหน่าย 72,000 ตัน/ปี ได้แก่ Triangle tyre จำนวน 24,000 ตัน/ปี เริ่มสัญญา มิถุนายน 2563 - พฤษภาคม 2564 และ LLIT จำนวน 48,000 ตัน/ปี เริ่มสัญญากรกฎาคม 2563 - มิถุนายน 2564 สำหรับเป้าหมายรายได้ทั้งปีบริษัทยังคงการเติบโตไว้ที่ 50% แตะระดับประมาณ 17,000 ล้านบาท หรือมียอดขายอยู่ที่ 365,000 ตันต่อปี อย่างไรก็ตามเป้าหมายดังกล่าวยังไม่ร่วมกลุ่มลูกค้าจีนรายใหม่ 2 ราย ซึ่งยอดขายประมาณการชุดใหม่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง "ปีนี้จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้แนวทางแผนงานอาจดูเหมือนกลับไปกลับมา แต่เรามั่นใจว่าการเปลี่ยนจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น โดยเราสามารถควบคุมได้ทั้งในส่วนของโรงงานซึ่งเราตั้งทีมหาวัตถุดิบเพิ่ม หรือการไปเยี่ยมลูกค้าเพื่อเช็กของว่ามีหรือไม่ และโชคดีที่เรามีกลุ่มค้ากับจีนเป็นหลัก " นายชูวิทย์กล่าว โดยสถานการณ์ตลาดในปีนี้คาดว่ายอดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์ในจีนเริ่มกลับมาเติบโตต่อเนื่อง จากการรายงานของ IRSG (องค์การศึกษาเรื่องยางระหว่างประเทศ) ระบุว่ายอดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในประเทศจีนเดือนเมษายน 2563 เพิ่มขึ้น 31.5% และคาดว่าเดือนพฤษภาคมนี้ยังมีแนวโน้มที่ดี ปัจจุบันบริษัทสามารถดำเนินกำลังการผลิตได้ทั้งโรงงานเก่าและใหม่ รวมกำลังการผลิต 465,600 ตันต่อปี โดยโรงงานแห่งใหม่ที่เพิ่งเริ่มในปีนี้คาดว่าช่วงQ3/63 จะเริ่มกำลังการผลิตได้ 70% จาก 172,800 ตันต่อปี เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้บริษัทรับงานเฉพาะคำสั่งซื้อลูกค้าเท่านั้น และคาดว่าจะเริ่มกำลังการผลิตได้เต็ม 100% ในปี 2564 ด้านความคืบหน้าโครงการผลิตก๊าซชีวิภาพ 2 โครงการ คือโครงการ Biogas ANC จำนวน 2 เมกกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างทดลองดำเนินงานและตรวจรับแล้ว ซึ่งจะมีรายได้รับรู้เข้ามาตั้งแต่ Q2/63 และโครงการ Hochreiter จำนวน 2 เมกกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มทดสอบได้ช่วงพฤษภาคม-กรกฎาคมนี้ หลังก่อนหน้านี้ติดปัญหาเรื่องโควิด-19 คาดว่าจะรับรู้รายได้หลังเดือนสิงหาคมนี้ ทั้งนี้ในช่วง Q1/63 บริษัทได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนกรณีค่าเงินบาทผันผวนแรง เป็นการขาดทุนมาตรฐานทางบัญชีเท่านั้น เพราะหากตัดการขาดทุนดังกล่าวในปีนี้บริษัทจะมีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ซึ่งใน Q2/63 คาดว่าจะไม่มีปัญหาดังกล่าวเพราะค่าเงินแข็งค่าและเริ่มทรงตัวมากขึ้น ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งบริษัทฯ ไม่มีความกังวลเนื่องจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมที่ผ่านมา มีฝนตกภาคอีสานมากกว่าปกติ |