ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันพฤหัสบดี (4 ก.ย.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 350.06 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังข้อมูลตลาดแรงงานไม่เปลี่ยนแปลงความคาดหวังที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ขณะที่ตลาดรอรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค. ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ (5 ก.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 45,621.29 จุด เพิ่มขึ้น 350.06 จุด หรือ 0.77% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,502.08 จุด เพิ่มขึ้น 53.82 จุด หรือ 0.83% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 21,707.69 จุด เพิ่มขึ้น 209.97 จุด หรือ 0.98% แรงหนุนสำคัญในตลาดมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย โดยหุ้น Broadcom ปิดเพิ่มขึ้น 1.2% ก่อนรายงานผลประกอบการ และขยับเพิ่มขึ้นต่อในการซื้อขายนอกเวลา หลังเผยคาดการณ์รายได้ที่แข็งแกร่ง ส่วนหุ้น Amazon พุ่ง 4.3% หลังประกาศความร่วมมือระหว่าง JetBlue Airways กับ Project Kuiper โครงการดาวเทียมวงโคจรต่ำของ Amazon เพื่อให้บริการ Wi-Fi บนเครื่องบิน ขณะที่หุ้น Meta Platforms ปรับขึ้น 1.6% 
นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้สะท้อนให้เห็นว่า การยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มสูงกว่าคาด ขณะที่การจ้างงานภาคเอกชนเดือนส.ค.ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานกำลังอ่อนแรงลง ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนให้น้ำหนักกว่า 95% ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย.นี้ นักวิเคราะห์จาก Horizon Investments มองว่า รายงานการจ้างงานที่จะประกาศในวันศุกร์ “ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมุมมองมากนัก” เพราะเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้ส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่าเฟดพร้อมลดดอกเบี้ย เว้นแต่ว่าข้อมูลจะ “ผิดคาดอย่างมาก” ด้านหุ้นรายตัว พบว่าหุ้น Salesforce ร่วง 4.9% หลังคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด สะท้อนการสร้างรายได้จากแพลตฟอร์ม AI Agent ที่ยังล่าช้า ขณะที่หุ้น American Eagle Outfitters พุ่งแรง 38% หลังคาดการณ์ยอดขายไตรมาส 3 จะสูงกว่าตลาดประเมิน ทั้งนี้ สถิติจาก LSEG ชี้ว่า เดือนก.ย. มักเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัว โดยดัชนี S&P 500 เฉลี่ยปรับลดลงราว 1.5% นับตั้งแต่ปี 2000 ขณะที่หุ้นกลุ่ม AI ซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เริ่มชะลอแรงซื้อขายในเดือนก่อน โดยหุ้น Nvidia เพิ่งร่วงลงหลังปรับลดประมาณการรายได้จากความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่มา Reuters 
|