RATCH เผยกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1,399 ลบ.ลดลง 32% YoY งวด 6 เดือนมีกำไร 2,627 ลบ.ลดลง 19.8% พร้อม EBITDA 7,620 ลบ.เดินหน้าขยายลงทนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน คาด COD เพิ่ม 2 โครงการในปีนี้ รวมกำลังผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 76.6 เมกะวัตต์ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,399.73 ล้านบาท ลดลง 657.72 ล้านบาท หรือ 32% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 ที่มีกำไรสุทธิ 2,057.45 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,627.98 ล้านบาท ลดลง 649.12 ล้านบาท หรือ 19.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,277.11 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 7,620 ล้านบาท ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก ปี 2569 รับรู้กำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 7,620 ล้านบาท สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 26,015 ล้านบาท โดยร้อยละ 96 มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า คิดเป็นจำนวนเงิน 24,866 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก ร้อยละ 90 คิดเป็นจำนวน 22,506 ล้านบาท และรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน คิดเป็นร้อยละ 10 เป็นจำนวน 2,360 ล้านบาท ส่วนรายได้อีกร้อยละ 4 คิดเป็นจำนวนเงิน 1,149 ล้านบาท มาจากธุรกิจอื่น ๆ นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน ปี 2569 ของบริษัทฯ มุ่งเน้นการรักษาประสิทธิภาพการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก เพื่อดำรงความพร้อมจ่าย และคงความสามารถในการสร้างรายได้ให้ต่อเนื่อง ขณะที่ผลการดำเนินงานกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ได้รับผลบวกมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในกลุ่มบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมสตาร์ฟิชฮิลล์, เมาท์เอเมอรัลด์ และคอลเล็กเตอร์ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป. ลาว ที่ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำครึ่งปีแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ ได้ติดตามโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีความก้าวหน้าและคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องในปีนี้ 2 โครงการ รวมสัดส่วนกำลังผลิตตามการถือหุ้น 76.6 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ NPSI ในฟิลิปปินส์ สัดส่วนกำลังผลิตตามการถือหุ้น 71.05 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำซองเกียง 1 กำลังผลิตตามการถือหุ้น 5.55 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ในประเทศไทย อินโดนีเซีย รวมถึงแสวงหาการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านไฟฟ้า และพลังงานที่มีศักยภาพอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายนิทัศน์กล่าว ฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 245,655 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 131,235 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 114,420 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ยังคงมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.15 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 10.56 พาไปหน้า AI (สำหรับหุ้นรายตัว) 1. ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |