สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 25 มิ.ย.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 20.20 บาท | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 20.00 บาท | | บล.พาย | ซื้อ | 19.70 บาท | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 19.40 บาท | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 18.90 บาท | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ | 18.80 บาท | | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | TRADING (เก็งกำไร) | 18.20 บาท | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | |
สรุปปัจจัยบวก + คาดกำไรสุทธิ/กำไรปกติใน 2Q26 เติบโต YoY ราว 1 - 14.2% อยู่ในกรอบ 705 - 795 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย))
+ คาดรายได้/ยอดขายใน 2Q26 เติบโตระดับ Double Digit ประมาณ 8 - 13% YoY อยู่ที่กรอบ 4,973 - 5,010 ล้านบาท จากอุปสงค์ที่ขยายตัวในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และยุโรป ทั้งจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) + สัดส่วนยอดขายสินค้ากลุ่ม Premium ยังคงแข็งแกร่งอยู่ในระดับสูงราว 50 - 51.5% และกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยง (Treats) เติบโตโดดเด่นมีสัดส่วนสูงใกล้เคียง 20% (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) + แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง (2H26) คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นชัดเจนและเร่งตัวขึ้น HoH และ YoY โดยคาดว่ากำไรจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 และขยับขึ้นรายไตรมาสใน 3Q26 ก่อนทำจุดสูงสุดใน 4Q26 จากปัจจัยฤดูกาล (High Season) และการออกสินค้าใหม่มากขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) + คาดมาร์จิ้นในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวดีขึ้นจากการทยอยปรับขึ้นราคาขายสินค้าในวงกว้างได้มากขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุน ประกอบกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบทูน่าเริ่มผ่านจุดสูงสุดแล้ว โดยเริ่มลดลงจาก 2,000 เหรียญ/ตัน มาอยู่ที่ 1,730 เหรียญ/ตัน (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) + ได้รับปัจจัยบวกและโอกาสเก็งกำไรจากแนวโน้มค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าลง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.พาย, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) + มี Catalyst เพิ่มเติมจากดีล M&A (เช่น ในประเทศจีน) ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนและได้ข้อสรุปในช่วงครึ่งปีหลัง (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป) + คาดว่าจะได้รับผลบวกจากการทยอยคืนเงินภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ (Tariff Refund) (บล.เอเซียพลัส, บล.ฟิลลิป, บล.พาย) + ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งมีสถานะเป็น Net Cash หนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผลสูงต่อเนื่อง โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยสูงกว่า 5 - 5.7% ต่อปี และคาดปันผลช่วง 1H26 อย่างน้อย 0.40 บาทต่อหุ้น (บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) + โมเมนตัมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงโลกขยายตัวต่อเนื่องตามเทรนด์ Premiumization และ Pet Humanization คาดโตราว 3.2% YoY (บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้) สรุปปัจจัยลบ - คาดกำไรสุทธิ/กำไรปกติใน 2Q26 จะหดตัวและชะลอตัวลงแรงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) ประมาณ 8.7 - 19% อยู่ที่กรอบ 705 - 795 ล้านบาท เนื่องจากฐานที่สูงใน 1Q26 และแรงกดดันด้านต้นทุน (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) - อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 23.0 - 23.2% (ลดลงจาก 25% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน) เนื่องจากเผชิญต้นทุนวัตถุดิบปลาทูน่าที่เร่งตัวขึ้นราว 18 - 20% YoY รวมถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางและภูมิรัฐศาสตร์ (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) - การส่งผ่านต้นทุนและการปรับขึ้นราคาขายสินค้าให้กับลูกค้ายังทำได้จำกัดและไม่ทันท่วงทีในช่วงไตรมาส 2 ทำให้ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.พาย) - ความเสี่ยงด้านมาตรการภาษีจากสหรัฐฯ ทั้งการเก็บภาษีตอบโต้มาตรา 122 ที่จะสิ้นสุด 24 ก.ค. นี้ และการใช้มาตรา 301 ที่อาจเรียกเก็บภาษีไทยในอัตรา 12.5% เนื่องจากประเด็นกำลังการผลิตเกินความจำเป็นและแรงงานบังคับ ซึ่งยังคงต้องติดตามผลการเจรจา (บล.ลิเบอเรเตอร์) - คาดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 520 ล้านบาท (+15% YoY) ส่วนหนึ่งมาจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์โลก (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.พาย) - ได้รับผลกระทบจากภาษี Global Minimum Tax ทำให้คาดว่าจะมีภาษีจ่ายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50 ล้านบาท (บล.พาย) - ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสะท้อนงบการเงินไตรมาสแรกที่ออกมาดีไปแล้ว ทำให้เหลือ Upside gain ค่อนข้างจำกัดในระยะสั้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |