สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 5 ต.ค. 69
ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 83.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 82.00 | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 80.00 | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 80.00 | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 80.00 | บล.พาย | ซื้อ | 80.00 | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 74.25 |
สรุปปัจจัยบวก + ความสำเร็จของโมเดล Mixed-use ขอนแก่น: โครงการศูนย์การค้าแห่งที่ 2 (เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส) มีผลงานดีกว่าแผน ปัจจุบันมี Occupancy rate 86-90% คาดแตะ 95% ในสิ้นปี 69 โดยเจาะกลุ่มนักศึกษาและแพทย์ ซึ่งไม่แย่งลูกค้ากับสาขาเดิม (เซ็นทรัล ขอนแก่น) ที่ยังคงแข็งแกร่งมี Occupancy rate สูงถึง 97% และจำนวนผู้ใช้บริการฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติแล้ว (บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.พาย)
+ ผลงานกลุ่มโรงแรมและคอนโดมิเนียมเติบโตโดดเด่น: Go! Hotel ขอนแก่น มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 95% ราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) สูงกว่า 1,000 บาท/คืน มีอัตรากำไร GOP > 60% คาดคืนทุนใน 5 ปี ขณะที่คอนโดมิเนียม Phyll ขอนแก่น จำนวน 583 ยูนิต มูลค่า 1.6-1.7 พันล้านบาท (ราคาเฉลี่ย 95,000 บาท/ตร.ม.) สามารถปิดการขายเกลี้ยงได้ภายใน 5 วัน คาดเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปลายปี 71 (บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.พาย)
+ แนวโน้มรายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง: คาดกำไรสุทธิ 3Q69 เติบโต YoY (คาดกำไรหลักโต 10-15%) และมีโอกาสทรงตัว QoQ แม้เป็นช่วง Low season ก่อนจะฟื้นตัวแข็งแกร่งใน 4Q69 จากการเข้าสู่ High season ส่งผลให้คาดการณ์กำไรปกติปี 69 โต 8-15% (กำไรปกติปี 69 คาดแตะ 19.2 พันล้านบาท) ขณะที่ธุรกิจให้เช่า 2Q69 ทำสถิติสูงสุดใหม่ มีรายได้ 1.153 หมื่นล้านบาท (+8% YoY) พร้อมอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับสูงขึ้นเป็น 60.8% (บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ)
+ ศักยภาพเชิงบวกของเมืองขอนแก่น (MICE City): มี GPP ต่อหัวสูงที่สุดในอีสาน ได้แรงหนุนจากการเป็นศูนย์กลางการแพทย์ (รพ.ศรีนครินทร์ เตรียมเพิ่มเตียงเป็น 3,500 เตียง) ศูนย์กลางการศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมใหม่ๆ ในอนาคต ช่วยดึงดูดกำลังซื้อได้อย่างต่อเนื่อง (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย)
+ แผนขยายสาขาและการนำสินทรัพย์เข้ากองทุน: มีแผนพัฒนาศูนย์การค้าใหม่ขนาดใหญ่ต่อเนื่อง เช่น เดอะเซ็นทรัล พหลโยธิน, เซ็นทรัล จีอาร์9, เมกาบางนา และ เมกา เซ็นทรัล รังสิต ในช่วงปี 70-71 เป็นต้นไป รวมถึงมีแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทุน CPNREIT มูลค่าราว 1.5 - 2.0 หมื่นล้านบาทในช่วงปลายปี 69 - 70 (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)
+ ต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับควบคุมได้: แนวโน้มค่าไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) ไม่สูงอย่างที่กังวล จะเป็นปัจจัยช่วยรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เอาไว้ได้ (บล.กรุงศรี)
สรุปปัจจัยลบ - ความกังวลจากสถานการณ์น้ำท่วม: มีเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ต่างจังหวัดรวมถึงกรุงเทพฯ แม้เบื้องต้นผลกระทบต่อศูนย์การค้ายังไม่มากและไม่ต้องปิดให้บริการ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่มีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตาม (บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.พาย)
- ความเสี่ยงด้านการแข่งขันและเศรษฐกิจมหภาค: การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากธุรกิจออนไลน์ในตลาดค้าปลีก และการแข่งขันในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลอดจนความเสี่ยงจากอัตราการเติบโตของ GDP, ต้นทุนสาธารณูปโภคและค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น, ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)
- ธุรกิจที่พักอาศัยและโรงแรมชะลอตัวตามฤดูกาล: รายได้ธุรกิจโรงแรมและที่พักอาศัยในไตรมาส 2/69 ลดลง QoQ ตามปัจจัยทางฤดูกาล ส่งผลให้อัตรากำไร (มาร์จิ้น) ในส่วนนี้อ่อนตัวลง (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
. 
|
. |