คุณเคยได้ยินเรื่อง NFT กันมาบ้างหรือเปล่า? แล้ว NFT คืออะไร? หรือถ้าอยากซื้อขาย NFT บ้างจะต้องทำยังไงละ? ไม่ต้องห่วงครับ บทความนี้จะนำคุณไปสู่โลกของ NFT ตั้งแต่ว่ามันคืออะไร วิธีลงขาย หรือซื้อ NFT ต้องทำอย่างไร ทั้งหมดครบถ้วนอยู่ที่นี่แล้ว NFT หรือ Non-fungible token กำลังกลายเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในโลกคริปโทแล้วในขณะนี้ โดยเทรนด์ดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงยุคทองของ DeFi อย่าง ‘DeFi Summer’ เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ขับเคลื่อนโดยเหล่านักลงทุนทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ทั้งจากนักลงทุนที่อยู่ในโลกคริปโทอยู่แล้ว และจากนักลงทุนในโลกการเงินดั้งเดิม ต่างให้ความสนใจอยากที่จะครอบครองเจ้า NFT สินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชนนี้กันทั้งสิ้น ***แล้ว NFT คืออะไร? NFT คือโทเคนลักษณะพิเศษที่แสดงความเป็นเจ้าของของอะไรบางอย่าง ไม่ว่าอะไรบางอย่างนั้น จะอยู่ในรูปแบบดิจิทัล หรือสามารถจับต้องได้ก็ตาม ตัวอย่างเช่นงานศิลป์, เพลง, ของสะสม, Item ในเกม หรือแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ ก็ล้วนสามารถใช้ NFT แสดงความเป็นเจ้าของได้ทั้งสิ้น แตกต่างจากสกุลเงินคริปโทอย่าง Bitcoin หรือเงิน Fiat อย่างเงินบาทหรือเงินดอลลาร์ เพราะสำหรับ NFT แล้ว แต่ละโทเคนจะมีความพิเศษเป็นของตัวเอง ไม่ได้มีความเหมือนกันอย่างสกุลเงิน ซึ่งก็บอกในชื่อของมันอยู่แล้วว่า ‘Non-fungible Token’ หรือ ‘โทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้’ นั่นเอง และที่แตกต่างกับสกุลเงินคริปโทอีกอย่างคือ มันไม่สามารถถูกซื้อขายบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโททั่วไปได้ แต่ว่ามันจะจำเป็นต้องถูกซื้อขายบนตลาดซื้อขาย ที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับ NFT เท่านั้น ***ตลาดซื้อขาย NFT คืออะไร? ตลาดซื้อขาย NFT คือ แพลตฟอร์มที่สามารถนำ NFT ไปเก็บไว้, ไปแสดง, ไปซื้อขาย หรือนำงานไป Mint ได้ (นำขึ้นสู่ระบบบล็อกเชน) โดยตลาด NFT ก็ทำงานคล้ายๆ กับการที่ Amazon หรือ eBay สามารถทำกับสินค้าทั่วไปได้นั่นเอง แต่ก่อนที่คุณจะใช้งานตลาด NFT ได้ คุณจำเป็นต้องมีของเหล่านี้ก่อนนะ -กระเป๋าเงินคริปโท: แน่นอน ก่อนที่คุณจะไปชอปปิงหรือวางขายของได้ คุณก็ต้องมีกระเป๋าเงินเสียก่อน ตลาด NFT ก็เช่นกัน และกระเป๋าเงินนั้นก็ต้องสามารถเข้ากันได้กับบล็อกเชนที่ตลาด NFT สนับสนุนอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากจะชอปปิง NFT ที่มีพื้นฐานจากเครือข่าย Ethereum คุณก็ต้องมีกระเป๋าเงินที่เข้ากันได้กับ Ethereum อย่าง MetaMask เป็นต้น -เงินในกระเป๋าคริปโท: คุณต้องมีเงินในกระเป๋าก่อนด้วยนะ ไม่ว่าก่อนจะซื้อ, ก่อนจะวางขาย หรือก่อนจะ Mint ผลงานของคุณ และแน่นอน อย่าลืมดูว่ากระเป๋าเงินของคุณเข้ากันได้กับบล็อกเชนของตลาดรึเปล่าด้วยนะ -บัญชีผู้ใช้งาน: และสุดท้ายก็ต้องสมัครสมาชิกตลาดที่คุณสนใจด้วย ถ้าครบหมดนี้คุณก็พร้อมเข้าไปลุยในตลาดแล้ว! แต่ๆๆๆ สุดท้ายแล้วอย่างนึงที่ต้องคำนึงไว้เลย คือการลงขาย NFT บนแพลตฟอร์มตลาดต่างๆ มันต้องมีค่าธรรมเนียมเครือข่ายด้วยนะ โดยค่าธรรมเนียมก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบล็อกเชนที่เป็นพื้นฐานอีก อย่างเช่นบน Ethereum ที่ถึงแม้จะมี dApps(Decentralized Application หรือ แอปพลิเคชั่นแบบกระจายศูนย์) อยู่บนเครือข่ายมากที่สุดก็ตาม แต่ก็มีค่าธรรมเนียมเครือข่ายที่แพงที่สุดเช่นกัน ***บล็อกเชนต่างๆ สำหรับ NFT ถึงแม้ว่า Ethereum จะเป็นเครือข่ายที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการซื้อ, การขาย หรือสร้าง NFT ก็ตาม แต่ก็มีบล็อกเชนผู้ท้าชิงอีกมากมายที่ได้เข้ามาสู่ตลาดแล้ว ตัวอย่างก็เช่น Binance Smart Chain, Tron, EOS, Solana, Polkadot, Flow, ฯลฯ สำหรับในบางบล็อกเชน คุณสามารถใช้เหรียญอื่นๆ ที่นอกเหนือจากเหรียญของบล็อกเชนนั้นๆได้ อย่างเช่น NFT ที่มีพื้นฐานเป็น Ethereum นอกจากจะสามารถใช้เหรียญ ETH ซื้อได้แล้ว คุณก็ยังสามารถใช้เหรียญที่มีพื้นฐานจาก Ethereum (เรียกว่า ERC-20) ซื้อได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น USDT, USDC, BNB, DAI แต่สำหรับบางบล็อกเชนอย่าง Flow ที่เป็นระบบปิด ก็ต้องใช้เหรียญของบล็อกเชนนั้นๆ ในการทำธุรกรรมเท่านั้น ***แล้วตลาด NFT มันทำงานยังไง? -สมัครสมาชิก : การสมัครสมาชิกตลาด NFT อาจจะแตกต่างจากการสมัครเว็บไซต์ทั่วไปเล็กน้อย แต่หลักๆ ก็คือการสร้างบัญชีผู้ใช้งาน และเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินคริปโทนั่นแหละ โดยทั่วไปปุ่มก็จะอยู่ทางด้านมุมบนขวาของเว็บไซต์ตลาด และเมื่อเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินเรียบร้อยก็ถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการ -การซื้อ NFT : โดยทั่วไป NFT มันจะมีการซื้อขายกัน 2 แบบ แบบแรกคือตั้งราคาแบบตายตัว อีกแบบคือการประมูลราคา แต่ในบางกรณีก็อาจจะมีการยื่นข้อเสนอให้กับผู้ขายเพื่อต่อรองราคาก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
-การขาย NFT : การลงขาย NFT อาจจะค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนกว่าการซื้ออยู่พอตัว โดยเฉพาะถ้าผู้ขายต้องการขายผลงานที่ผู้ขายสร้างมันขึ้นมาเอง (อย่างเช่นผลงานศิลปะ, เพลง, ฯลฯ)
โดยผู้ขายจะต้องอัปโหลดสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นๆ เข้าไปสู่แพลตฟอร์มตลาด สามารถตั้งราคาตายตัวหรือตั้งขายแบบประมูลก็ได้ ถัดมา หลังจากแพลตฟอร์มทำการยืนยันสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากได้รับการอนุมัติ มันก็จะถูกลงขายอยู่บนแพลตฟอร์มเรียบร้อย และเมื่อมีการปิดการขาย NFT นั้นๆ เรียบร้อยแล้ว มันก็จะถูกโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ -การ Mint หรือ การทำผลงานให้เป็น NFT : ถ้าคุณอยากจะ Mint ผลงานต่างๆ ของคุณให้กลายเป็น NFT ละก็คงจะแนะนำให้เริ่มต้นจาก Ethereum ก็จะเป็นการดี เนื่องจากมันเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดทำหรับสินทรัพย์ประเภทนี้แล้ว โดยก่อนอื่นคุณก็ต้องมีกระเป๋าเงินสำหรับ Ethereum ที่สนับสนุน ERC-721 เสียก่อน (ERC-721 คือมารตฐานโทเคนสำหรับ NFT นั่นเอง) ตัวอย่างกระเป๋าที่สนับสนุนก็อย่างเช่น MetaMask, Trust Wallet หรือ Coinbase Wallet รวมไปถึงควรจะมี ETH รวมมูลค่าราวๆ 1-3 พันบาทอยู่ในนั้นด้วย เพื่อรองรับค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น อย่างเช่น ค่าธรรมเนียมการโอน, ค่าธรรมเนียมการ Mint, ค่า Gas, ฯลฯ ซึ่งจะถูกจะแพงก็ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของเครือข่ายในขณะนั้นนั่นเอง หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมดนี้แล้ว คุณก็พร้อมจะเข้าไป Mint ในแพลตฟอร์มต่างๆ อย่าง OpenSea, Rarible หรือ Mintable แล้วละ โดยทั่วไปในแพลตฟอร์มก็มักจะมีปุ่ม ‘Create’ ให้เห็นชัดๆ บนหน้าเว็บไซต์เลย ซึ่งปุ่มนั้นแหละที่จะพาคุณไปสู่การ Mint งานของคุณให้กลายเป็น NFT นั่นเอง ***ประเภทของตลาด NFT ต่างๆ ตลาด NFT ในปัจจุบันนี้มีอยู่มากมายหลายประเภท ซึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็คงจะเป็นตลาดทั่วไป และตลาดที่เน้นงานศิลปะ แต่นอกจากนี้ ก็ยังมีตลาดอื่นๆ อย่างเช่น ตลาดสำหรับ Item ในเกม, ตลาดการ์ดสะสม หรือแม้แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น โดย 5 อันดับตลาด NFT ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ 1.OpenSea (https://opensea.io/): เป็นตลาด NFT สำหรับผลงานทั่วไปที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด ใน OpenSea มีงาน NFT หลากหลายประเภทให้คุณได้เลือกสรร ตั้งแต่งานศิลป์, ของสะสมกีฬา, การ์ดซื้อขาย หรือแม้แต่ชื่อ Domain เว็บไซต์ก็มี 2.Rarible (https://rarible.com/): เป็นตลาด NFT ที่เน้นไปกับงานศิลปะเป็นหลัก แต่นอกเหนือจากงานศิลป์ก็มี NFT ประเภทอื่นๆให้เห็นได้เช่นเดียวกัน 3.SuperRare (https://superrare.com/): อีกหนึ่งตลาด NFT ที่เน้นงานศิลปะ ที่มีหลากหลายงานของศิลปิน Concept Art ชื่อดังรวมอยู่ในนี้ 4.Nifty Gateway (https://niftygateway.com/): สำหรับ Nifty ก็เป็นอีกหนึ่งตลาด NFT ที่ใหญ่ที่สุด โดยคุณสามารถเลือกซื้องานศิลป์จากศิลปิน NFT ชื่อดังอย่าง Beeple (ผู้ที่เคยขาย NFT ได้ในราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์), Steve Aoki, deadmau5, ฯลฯ 5.Foundation (https://foundation.app/): โดย Foundation ถูกก่อตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และได้กลายเป็นหนึ่งในตลาด NFT ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ด้วยมูลค่าซื้อขายรวมบนแพลตฟอร์มกว่า 48 ล้านดอลลาร์แล้วในขณะนี้ นอกเหนือจากตลาดทั่วไปและตลาดงานศิลป์แล้ว ก็มีตลาดที่ขาย NFT เฉพาะประเภทใดประเภทหนึ่ง ตั้งแต่ตัวละครในโลกจำลอง หรือการ์ดเกมต่างๆ โดยเราได้เลือก 5 ตลาดที่มีการซื้อขายหลักๆ มาดังนี้ 1.NBA Top Shot: ตลาดซื้อขาย NFT บนบล็อกเชนของ Flow โดยในตลาดนี้จะมีการซื้อขายการ์ดสะสมสำหรับบาสเกตบอล NBA โดยเฉพาะ 2.Axie Infinity : แพลตฟอร์มตลาดของเกม Axie Infinity เกมที่ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่ผู้เล่นสามารถสร้างสัตว์เลี้ยงมาต่อสู้กันได้ บางคนถึงขนาดเล่นจนสามารถสร้างรายได้เป็นงานหลักเลยทีเดียว 3.Sorare: อีกหนึ่งตลาดสำหรับเกม ซึ่ง Sorare เป็นเกมบริหารจัดการทีมฟุตบอลที่จะต้องมีการซื้อขายการ์ดนักเตะผ่านตลาดของเกม Sorare นี้เอง 4.Decentraland: แพลตฟอร์มตลาดซื้อขายสำหรับโลกจำลอง Decentraland ที่ผู้เล่นสามารถเข้ามาเลือกซื้อ Item หรือที่ดินในโลกของ Decentraland นี้ได้ 5.Valuables: เป็นแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย NFT ที่เป็น Tweet โดยเฉพาะ อย่างเช่น Tweet แรกของ Twitter โดย Jack Dorsey ซีอีโอของ Twitter เอง ก็ได้ขายผ่านแพลตฟอร์มนี้ ด้วยราคากว่า 2.9 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว แปลโดย : พงศภัค รจนา ที่มา: coindesk |