RS เผยไตรมาส 1/68 มีผลขาดทุนสุทธิ 275 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 110.8 จากรายได้ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ที่ชะลอท่ามกลางค่าใช้จ่ายที่ยังสูง ขณะที่ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง รายได้ชะลอจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ หวังฉุดต้นทุน 300 ล้านบาท/ปี นายวิทวัส เวชชบุษกร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 2/68 มีผลขาดทุนสุทธิ 274.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 110.8 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 130.25 ล้านบาท จากธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ที่อ่อนตัว ทําให้รายได้ไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่ของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ที่ค่อนข้างสูง รวมถึงธุรกิจพาณิชย์ที่รายได้จากโฮม ชอปปิ้งลดลงจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 454.7 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.3 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 32.7 จากปีก่อนหน้า เป็นผลจากการอ่อนตัวของสองธุรกิจหลัก ทั้งนี้บริษัทฯ อยู่ในช่วงเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาศักยภาพระยะยาว 
โดยรายได้จากธุรกิจพาณิชย์ เท่ากับ 255.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.3 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 22.4 จากปีก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการชะลอตัวของช่องทางโฮม ชอปปิ้งจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่วนรายได้จากธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ เท่ากับ 197.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27.1 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 42.9 จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้สื่อโทรทัศน์ที่อ่อนตัวลง สอดคล้องกับภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมสื่อโดยรวม ต้นทุนสินค้าและบริการเท่ากับ 378.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.5 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 0.9 จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดลงตามยอดขาย ในขณะที่ต้นทุนบริการลดลงตามการจัดกิจกรรม อย่างไรก็ตาม อัตรากําไรเบื้องต้นของธุรกิจพาณิชย์ยังอยู่ระดับใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ขณะที่กําไรขั้นต้นของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ลดลง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้อัตรากําไรขั้นต้นรวมอยู่ในระดับร้อยละ 16.7 ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเท่ากับ 324.1 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 25.8 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 24.1 จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและสื่อโฆษณาที่ลดลงเพื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม บริษัทฯ ยังเร่งลดค่าใช้จ่ายในการบริหารการปรับโครงสร้างธุรกิจ และลดการดําเนินงานที่ซํ้าซ้อน เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรภายในครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานในการรองรับแผนการเติบโตในระยะยาวยกระดับความคล่องตัวขององค์กรให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมต่อยอดศักยภาพผ่านการนําเทคโนโลยีและ AI เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการกระบวนการทํางาน และลดต้นทุน เบื้องต้นคาดว่าการปรับโครงสร้างจะสามารถลดค่าใช้จ่ายรวมของกลุ่มบริษัทฯ ได้ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี โดยจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/68 เป็นต้นไป |