สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 24 ก.ค.69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 6.30 | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 6.05 | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | TRADING | 5.60 | บล.บัวหลวง | ถือ | 5.50 | บล.ฟิลลิป | ถือ | 5.40 | บล.พาย | ถือ | 5.00 |
ปัจจัยบวก + ธุรกิจโรงไฟฟ้า (Gheco-One) ฟื้นตัว : โรงไฟฟ้า Gheco-One กลับมาดำเนินงานและเปิดใช้งานได้เต็มไตรมาส หนุนส่วนแบ่งกำไร/ผลประกอบการกลุ่มไฟฟ้าฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2Q69 (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ฟิลลิป) + ธุรกิจโลจิสติกส์และสาธารณูปโภค (น้ำ) แข็งแกร่ง : มีความต้องการพื้นที่ใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีอัตราการเช่าสูง 90% และปริมาณการใช้น้ำเติบโตขึ้นทุกผลิตภัณฑ์/อุตสาหกรรม (บล.บัวหลวง, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ฟิลลิป) + กำไรปกติ/กำไรหลักช่วง 2Q69 ยังเติบโตได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) : ประเมินกำไรปกติฟื้นตัวอยู่ที่ช่วง 804 - 1,190 ลบ. (เพิ่มขึ้น 4% - 54% QoQ) (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) + แนวโน้มผลงานช่วง 2H69 จะเร่งตัวขึ้น : คาดว่ายอดโอนที่ดินจะสูงขึ้นชัดเจนในครึ่งปีหลัง และมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน (REIT) ในช่วง 4Q69 (บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ฟิลลิป) + อุปสงค์ที่ดินในไทยแข็งแกร่ง หนุนยอดขายรวม : ยอดขายที่ดินรวม 1H69 ทำได้ราว 1,150 ไร่ (ทะลุ 1,000 ไร่ คิดเป็นสัดส่วน ~46% - 50% ของเป้าขายรวมทั้งปี) มีแรงหนุนจากกลุ่ม Data Center, ยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์, Semiconductor และการย้ายฐานการผลิต (Relocation) ของนักลงทุนต่างชาติ (บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) + ประเด็นเก็งกำไรระยะสั้น : ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ช่วง 1H69 เติบโตสูงถึง 1.47 ล้านล้านบาท (+37% YoY) (บล.พาย) + ผลประโยชน์จากค่าเงิน : WHAUP ได้รับประโยชน์จากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง (บล.ฟิลลิป) ปัจจัยลบ -
- ผลประกอบการ 2Q69 อ่อนตัวลง YoY และ QoQ (ในแง่กำไรสุทธิ): คาดกำไรสุทธิช่วง 2Q69 อยู่ที่ช่วง 763 - 940 ลบ. (ลดลง 4.1% - 29% YoY และ ลดลง 37.7% - 49% QoQ) เนื่องจาก 1Q69 มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนสัดส่วนลงทุน WHAIER สูงถึง 737 ลบ. และไม่มีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT เหมือนปีก่อน (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ฟิลลิป) - ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมใน 2Q69 ชะลอตัว : ยอดขายที่ดินใหม่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 200 - 240 ไร่ (-76.3% QoQ) เนื่องจากฐานที่สูงใน 1Q69 และเป็นไปตามปัจจัยทางฤดูกาล (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.เอเซีย พลัส, บล.พาย, บล.ฟิลลิป) - อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจนิคมฯ ลดลง : โดนกดดันจากการโอนที่ดินนิคม WHA-IER ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าปกติจากการปรับโครงสร้างทางบัญชี โดย GPM นิคมฯ อยู่ที่ 22% ลดลงจากระดับเฉลี่ย 39% - 50% ในงวดก่อนหน้า (บล.พาย, บล.ฟิลลิป) - การรับรู้ Catalyst หลักเลื่อนออกไป : การเซ็นสัญญาขายที่ดินให้กลุ่ม Data Center ล่าช้ากว่าแผน (คาดว่าจะรับรู้ 150 ไร่ ใน 3Q69) และการขยายโครงการนิคมฯ ขนาดใหญ่ในเวียดนามจะเริ่มชัดเจนในช่วง 2H69 ทำให้ธีมการเติบโตถูกเลื่อนไปสู่ปี 2570 มากขึ้น (บล.บัวหลวง, บล.พาย) - เป้ายอดขายที่ดินเวียดนามมีสถิติลุ้นหนัก : ยอดขายที่ดินเวียดนามปี 2569 ที่ตั้งเป้าไว้ 200 ไร่ อาจทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย (บล.พาย, บล.ฟิลลิป) - ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาจน Upside เริ่มจำกัด : โบรกเกอร์หลายแห่งมองว่าราคาหุ้นตอบรับปัจจัยบวกไปมากแล้ว จนสูงกว่าหรือใกล้เคียงมูลค่าพื้นฐาน จึงปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" หรือ "TRADING" (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.พาย, บล.ฟิลลิป)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |