AIS - TRUE ผนึกสรรพกำลังเครือข่าย รับมือวิกฤตอุทกภัยภาคเหนือ ใน จ.น่าน - พะเยา อย่างเร่งด่วน ตั้งศูนย์บัญชาการ พร้อมระดมรถโมบาย - อุปกรณ์สื่อสาร หนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน AIS ระดมทีมวิศวกรและช่างเทคนิคดูแลเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้านในจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง หลังฝนตกต่อเนื่องจนเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอำเภอปัว ซึ่งระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและเส้นทางสัญจรในหลายอำเภอ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์สื่อสารแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
บริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรการรักษาความต่อเนื่องของระบบสื่อสาร เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชน เจ้าหน้าที่กู้ภัย และหน่วยงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดังนี้ ตั้งวอร์รูมตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามและบริหารเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ตบ้าน ระบบส่งสัญญาณ และสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยงแบบเรียลไทม์ เตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่และทีมภาคสนาม เพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายในพื้นที่ประสบภัย จุดยุทธศาสตร์ และบริเวณที่มีการใช้งานหนาแน่น โดยพร้อมเข้าพื้นที่ทันทีเมื่อเส้นทางปลอดภัย เสริมระบบไฟฟ้าสำรอง จัดเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เชื้อเพลิง และอุปกรณ์สำรองสำหรับสถานีฐานหลัก กรณีเกิดไฟฟ้าขัดข้อง เฝ้าระวังพื้นที่สำคัญเป็นพิเศษ ครอบคลุมโรงพยาบาล ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์อพยพ ศูนย์พักพิง จุดช่วยเหลือประชาชน และพื้นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ใช้ AI และ IoT สนับสนุนการบริหารเครือข่าย วิเคราะห์ปริมาณการใช้งานและปรับประสิทธิภาพเครือข่าย พร้อมเตรียมติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำในจุดเสี่ยง รวมถึงติดตามสภาพอากาศ ระบบไฟฟ้า และการเข้าถึงสถานีฐาน ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ แลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนระบบสื่อสารร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยกู้ภัย และภาคประชาสังคม สนับสนุนการสื่อสารของศูนย์ JIC มอบเราเตอร์ AIS 5G CPE ให้แก่สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เพื่อเสริมศักยภาพทีมข่าวและศูนย์ประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต ในการติดตามและรายงานสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน AIS จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งฟื้นฟูโครงข่ายหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อครอบครัว ขอความช่วยเหลือ และรับข้อมูลจากภาครัฐได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงอุทกภัย TRUE ตั้งศูนย์บัญชาการภาคเหนือ ระดมทีมภาคสนาม-รถ COW-ระบบไฟสำรอง พร้อมเฝ้าระวังสถานีฐานสำคัญ
ทรู คอร์ปอเรชั่น ระดมทีมเน็ตเวิร์กภาคเหนือรับมือสถานการณ์อุทกภัยใน จ.น่าน และ จ.พะเยา อย่างเร่งด่วน หลังฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากโดยเฉพาะใน อ.ปัว จ.น่าน ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว กระทบบ้านเรือนและเส้นทางสำคัญ โดยทรูเร่งติดตามสถานการณ์และสถานะโครงข่ายทั้งบริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน รวมถึงผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการภาคเหนือที่สำนักงานทรู จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางประสานการปฏิบัติงาน ระดมทีมภาคสนาม เตรียมพร้อมกำลังคน อุปกรณ์ ระบบไฟฟ้าสำรอง และรถโมบายล์สถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell-On-Wheel: COW) จากพื้นที่ภาคเหนือมุ่งเข้าสนับสนุน จ.น่าน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการสื่อสารให้ประชาชนและหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่วิกฤต ขณะเดียวกัน ทรูร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินระดับรุนแรงผ่านระบบ Cell Broadcast ถึงประชาชนใน อ.ปัว จ.น่าน ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม พร้อมเร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานในพื้นที่หากจำเป็นต้องอพยพ สำหรับการดูแลโครงข่าย ทรูได้จัดลำดับความสำคัญของสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะสถานีฐานสำคัญ (Critical Cell Sites) ที่รองรับโรงพยาบาล ศูนย์บัญชาการ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ พร้อมเฝ้าระวังสถานะระบบไฟฟ้า ระบบส่งสัญญาณ (Transmission) การเข้าถึงพื้นที่ และสถานะของสถานีฐานอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและเร่งแก้ไขหากโครงข่ายได้รับผลกระทบ ทีมเน็ตเวิร์กยังเตรียมรถ COW สถานีฐานชั่วคราว เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าสำรอง อุปกรณ์ภาคสนาม และยานพาหนะที่จำเป็น รวมทั้งเตรียมพร้อมทีมเข้าซ่อมแซมและเสริมสัญญาณทันทีเมื่อสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย โดยประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงาน กสทช. ปภ. หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนทั้งการสื่อสารในพื้นที่ประสบภัย ศูนย์พักพิง และศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินทั้งนี้ ทรูให้ความสำคัญกับการรักษาความต่อเนื่องของการสื่อสารและการเชื่อมต่อทั้งผ่านโครงข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านในช่วงวิกฤต เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อครอบครัว ขอความช่วยเหลือ และรับข้อมูลแจ้งเตือนจากภาครัฐได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการติดต่อประสานงานของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยการปฏิบัติงานของทีมภาคสนามจะดำเนินการตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของหน่วยงานภาครัฐและสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้สามารถเข้าดูแลและฟื้นฟูโครงข่ายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |