สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 26 ต.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 3.5 | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 3.3 | | บล.เอเซียพลัส | Trading | 3 | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ถือ | 3 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 3 |
สรุปปัจจัยบวก + หนุนตัวเลขทางการเงินให้ดูดีขึ้นในระยะยาว: โครงการซื้อหุ้นคืนด้วยวิธี General Offer (GO) จะช่วยหนุนกำไรต่อหุ้น (EPS), เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ให้เพิ่มขึ้นได้เร็ว โดยคาดว่าจะหนุน EPS และ DPS ปี 2570 เพิ่มขึ้นราว +7% (มาที่ระดับ 0.26 บาท และ 0.17 บาท ตามลำดับ) และดัน ROE เฉลี่ยปี 2569-2571 ขึ้นมาอยู่ที่ 9.5% จากเดิม 9.2% (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) + คาดการณ์กำไรสุทธิยังเติบโต: คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตราว +3% ถึง +4% YoY (ระดับ 2.1 หมื่นล้านบาท) และปี 2570 จะเติบโต +1% ถึง +9.3% YoY (ระดับ 2.4 หมื่นล้านบาท) (บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป) + อัตราเงินปันผลน่าสนใจ: คาดว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout) ในปี 2569-2570 เป็น 75% ทำให้ Dividend Yield มีความน่าสนใจที่ระดับ 6% - 6.4% ต่อปี (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส) + ปลดล็อก Overhang จากผู้ถือหุ้นใหญ่: การรับซื้อด้วยวิธี GO เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (เช่น ING, กองทุนวายุภักษ์, TCAP) สามารถปรับพอร์ตหรือขายหุ้นได้โดยไม่กระทบกระดานหลัก ช่วยลดแรงกดดันต่อราคาหุ้นที่ค้างอยู่มานาน และหาก ING ลดสัดส่วนลง ก็จะไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานและการดำเนินงานของธนาคาร (บล.เอเซียพลัส, บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้) + ต้นทุนซื้อคืนต่ำกว่า Book Value: การใช้วิธี GO ทำให้บริษัทสามารถตั้งราคาซื้อคืนได้ต่ำกว่าราคาตลาดและต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value สิ้นไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 2.63 บาท) และการทำ GO จะได้หุ้นเร็วกว่า ไม่ต้องไปไล่ราคาซื้อในตลาด (บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) + สถานะการเงินแกร่ง: เงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET-1) อยู่ในระดับสูงที่ 16.8% (เกณฑ์ขั้นต่ำ 8.5%) เพียงพอรองรับทั้งการซื้อหุ้นคืนและโอกาสในการขยายสินเชื่อในอนาคต (บล.เอเซียพลัส) สรุปปัจจัยลบ - ราคาเสนอซื้อต่ำกว่ากระดาน (เชิงลบระยะสั้น): กรอบราคาเสนอซื้อหุ้นคืน (GO) เบื้องต้นที่ 2.49 - 2.63 บาทต่อหุ้น เป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาปิดในตลาด (ที่ 2.72 บาท) ราว -3% ถึง -9% ซึ่งสร้าง Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นในระยะสั้น และประเมินว่านักลงทุนรายย่อยไม่ควรนำหุ้นไปขายคืนในโครงการนี้ (บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป) - เวลาเสนอซื้อสั้น อาจจูงใจแค่รายใหญ่: กำหนดระยะเวลารับซื้อที่ค่อนข้างสั้นเพียง 10 วัน อาจทำให้ความน่าสนใจในการขายคืนมีน้อย และอาจมีเพียงผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ING เท่านั้นที่สนใจเข้าร่วมโครงการ (บล.ฟิลลิป) - การปรับขึ้นของราคาหุ้น (Re-rating) ถูกจำกัด: แม้โครงการจะช่วยหนุนพื้นฐาน แต่ในระยะกลาง ราคาหุ้นอาจยังถูกจำกัดกรอบอัพไซด์จากโอกาสหรือความเสี่ยงในการปรับพอร์ตของผู้ถือหุ้นใหญ่ (บล.เอเซียพลัส) - Valuation การซื้อคืนแพงกว่าเฟสก่อน: การซื้อหุ้นคืนเฟส 5 กรอบบนคิดเป็น PBV ราว 1 เท่า แม้จะไม่แพง แต่ก็ถือว่าไม่ถูกเท่ากับเฟส 4 (ที่เคยซื้อในราคา 2.26 บาท หรือ PBV 0.86 เท่า) (บล.เอเซียพลัส) . 
|
. |