XO ราคาพุ่งกว่า 16% หลังซีอีโอ "จิตติพร จันทรัช" ทยอยเก็บหุ้น XO ครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง รวม 44.3 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 14.54 บาทต่อหุ้น วงเงินรวม 110 ล้านบาท สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมคงเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 5 - 10% คาดคำสั่งซื้อเริ่มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิตติพร จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ทยอยเข้าซื้อหุ้นของบริษัทผ่านกระดาน ระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2569 รวมทั้งสิ้น 7.56 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 110 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 14.54 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้ปัจจุบันถือหุ้น XO รวม 44,364,400 หุ้น หรือคิดเป็น 10.36% ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว ได้แก่ • วันที่ 8 มิถุนายน เข้าซื้อหุ้นจำนวน 2,830,300 หุ้น ที่ราคา 14.00 บาท • วันที่ 9 มิถุนายน เข้าซื้อจำนวน 858,600 หุ้น ที่ราคา 14.29 บาท • วันที่ 10 มิถุนายน เข้าซื้อจำนวน 3,875,500 หุ้น ที่ราคา 14.98 บาท ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น XO ปรับตัวขึ้นแรง 16.45% หรือ 2.50 บาท ทำราคาอยู่ที่ 17.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 140 ล้านบาท นายจิตติพร กล่าวในงานประชุมนักวิเคราะห์ว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกยังใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และบริษัทมีแนวโน้มรับรู้ค่าใช้จ่ายพิเศษจากการบริหารจัดการสต็อกพริกดองในช่วงไตรมาส 2-3 ของปีนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ประมาณ 5-10% โดยคาดว่าคำสั่งซื้อจะทยอยฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หลังลูกค้าเริ่มกลับมาบริหารสต็อกสินค้าในระดับปกติมากขึ้น รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้ธุรกิจระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันบางประการ แต่ XO ยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ผ่านโครงการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ และแล้วเสร็จในปี 2571 โรงงานแห่งใหม่จะมีพื้นที่ประมาณ 18,000 ตารางเมตร พร้อมนำระบบอัตโนมัติและคลังสินค้าอัจฉริยะเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการผลิต รองรับกำลังการผลิตได้สูงถึง 8,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่บริษัทยังเดินหน้าขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ ๆ ต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่ยุโรปยังเป็นตลาดหลักของบริษัท และวางเป้าหมายผู้นำส่งออกซอสพริกศรีราชาของไทยในระดับโลก ด้านบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองว่า การเข้าซื้อหุ้นของผู้บริหารครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่น เนื่องจากเป็นการซื้อหุ้นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง สะท้อนมุมมองเชิงบวกที่มีต่อแนวโน้มธุรกิจในระยะยาว แม้ในระยะสั้นจะยังมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายพิเศษก็ตาม การสะสมหุ้นครั้งนี้ อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ผู้บริหาร สะท้อนมุมมองต่อโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ท่ามกลางการเดินหน้าขยายตลาดใหม่และการลงทุนเพิ่มศักยภาพการผลิต ขณะที่ความนิยมอาหารเอเชียและซอสปรุงรสในตลาดโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ติดตามข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |