BYD กางแผนยุทธศาสตร์หลังการควบรวมกิจการกับบล.คิงฟอร์ด ชูเป้าหมายดัน Market Share ขึ้นสู่อันดับ Top 3 ของอุตสาหกรรม และ กลับมาทำกำไรได้ในปีหน้า ชี้ภาพรวมธุรกิจหลักทรัพย์ไทยกำลังเข้าสู่ยุคของการแข่งขันที่สูงขึ้น-ตลาดรายย่อยชะลอตัว-ค่าคอมมิชชันลดลง ส่งผลให้ต้องเร่งปรับตัว ลดค่าใช้จ่ายประจำ-นำเทคโนโลยี AI เข้ามาบริหารจัดการ นายจักรกริช เจริญเมธาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานที่ปรึกษาการลงทุนและความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ ***ผลการดำเนินงาน-การตั้งสำรอง Q2-ครึ่งปีแรก ปริมาณการซื้อขายปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 31,000 ล้านบาท เป็น 81,000 ล้านบาท หรือ เติบโตประมาณ 157% ซึ่งเติบโตสูงกว่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม รายได้ครึ่งปีแรก รวม 667 ล้านบาท โดยมีโครงสร้างรายได้หลักจาก รายได้ดอกเบี้ย 339 ล้านบาท คิดเป็น 51% , ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 148 ล้านบาท คิดเป็น 22% , ค่าธรรมเนียมและบริการ 130 ล้านบาท คิดเป็น 20% และ รายได้อื่นๆ 23 ล้านบาท คิดเป็น 3% กำไรจากการดำเนินงาน ก่อนการตั้งสำรอง ในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 126 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 51% จาก 83 ล้านบาท ผลกระทบจากการตั้งสำรอง (ECL) ไตรมาส 2/69 มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับการลงทุนใน บริษัท ไทย สมายล์ บัส เพิ่มเติม 397 ล้านบาท รวมเป็นเกือบ 400 ล้านบาท ส่งผลให้งบไตรมาส 2/69 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 273 ล้านบาท สถานะเงินให้กู้ยืม ไทย สมายล์ บัส มีการปล่อยกู้ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 11,389 ล้านบาท โดยตั้งสำรองไปแล้วรวม 8,381 ล้านบาท ซึ่งเหลือภาระที่อาจต้องตั้งสำรองในกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst-case) อีกประมาณ 3,000 ล้านบาท ฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ส่วนของผู้ถือหุ้นเหลืออยู่ที่ประมาณ 4,500 ล้านบาท โดยมี Net Capital อยู่ที่ 670 ล้านบาท และ มีอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) อยู่ที่ 57.66% ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ***กระบวนการปรับโครงสร้าง-ควบรวมกิจการ ปัจจุบันบียอนด์เข้าถือหุ้น 90% ใน บริษัทหลักทรัพย์ คิงฟอร์ด และ เตรียมดำเนินขั้นตอนการโอนย้ายธุรกิจ ดังนี้ 16 กันยายน (เช้า) บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บีวายดี บรอดดิ้ง จำกัด (มหาชน) ตัวย่อ BYDH 16 กันยายน (บ่าย) บริษัทหลักทรัพย์ คิงฟอร์ด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) 23 กันยายน กำหนดส่งหนังสือขอความยินยอม (Consent) โอนย้ายลูกค้า และ ธุรกรรมการลงทุนไปยังบริษัทใหม่ 26 ตุลาคม (Path Date) การควบรวมเสร็จสมบูรณ์ รวม 2 บริษัทเป็น 1 เดียวในนาม บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ***เป้าหมายทางธุรกิจ-การ synergy Market Share หลังการควบรวม ส่วนแบ่งทางการตลาดของ บียอนด์ (1.03% , อันดับ 25) รวมกับ คิงฟอร์ด (4.17% , อันดับ 7) จะส่งผลให้อยู่ใน อันดับ 5 ของอุตสาหกรรม (5.38%) โดยตั้งเป้าหมายในระยะยาวจะผลักดันให้ขึ้นไปอยู่อันดับ Top 3 สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM/AUA) ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 มียอดรวม 74,000 ล้านบาท เป็น AUM 5,200 ล้านบาท และ AUA 69,000 ล้านบาท การขยายฐานลูกค้า Wealth เตรียมใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าเดิมของคิงฟอร์ดที่มีกว่า 50,000 แอ็กเคานต์ ในการเสนอขายผลิตภัณฑ์ Wealth Management เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ทั่วประเทศไทยทั้ง 37 แห่ง นายจักรกริช ระบุว่า กำลังเผชิญภาวะกดดันจากค่าคอมมิชชันที่ลดลง ตลาดรายย่อยชะลอตัว คิดเป็นเพียง 30% ของวอลุ่มตลาด ทางรอดสำคัญ คือ การ M&A การใช้ระบบ AI เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายประจำ และ ปรับเปลี่ยนเน้นการขายบริการ และ เซอร์วิสเกรดพรีเมียมแทนการแข่งสงครามราคา อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |