BA คงเป้าหมายปี 69 จำนวนเที่ยวบิน 48,000 เที่ยว Load Factor 80% พร้อมเพิ่มฝูงบินสิ้นปีแตะ 24 ลำ เดินหน้าปรับปรุงสนามบินสมุย พร้อมขอปรับเพิ่มค่าบริการ PSC ระบุ Hedging น้ำมัน 30% ของปริมาณใช้ถึงสิ้นปีที่ 80 ดอลล์/บาร์เรล
นายอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายงานการเงินและบัญชี และ นางสาวภัคชุดา สุวรรณโชติ ผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เปิดเผยในงาน Earnings Call โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
แผนงานปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายการเติบโตในระดับเดิม โดยคาดว่าจำนวนเที่ยวบินปีนี้อยู่ที่ 48,000 เที่ยว จากครึ่งปีทำได้แล้ว 23,983 เที่ยว ด้านปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 3,300 ล้านที่นั่ง-กม. จากครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 1,602 ล้านที่นั่ง-กม. ส่วนค่าโดยสารเฉลี่ยทั้งปีที่ 4,200 บาท/เที่ยว จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 4,292 บาท/เที่ยว และ อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) ปีนี้ 80% ซึ่งครึ่งปีแรกอยู่ที่ 81%
สำหรับปี 2569 จะมีเครื่องบินให้บริการทั้งสิ้น 24 ลำ จากครึ่งปีแรกที่ 22 ลำ โดยครึ่งแรกปี 2570 คาดจะมีเครื่องบินเพิ่มขึ้นเป็น 26-29 ลำ
ด้านอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้า ในช่วงที่เหลือปีนี้ประมาณ 4 เดือนข้างหน้า (ข้อมูล ณ 14 ส.ค.69) น้อยกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนประมาณ 1% โดยเส้นทางจองล่วงหน้ามากสุดคือเกาะสมุย ประมาณ 60% ในประเทศประมาณ 33%
นอกจากนี้บริษัทฯ มีแผนที่จะยื่นขอปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) ต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และคณะกรรมการการบินพลเรือน โดยเงื่อนไขสำคัญในการขอปรับขึ้นคือ บริษัทต้องแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ความทันสมัย และมาตรฐานความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นภายในสนามบิน
ซึ่งโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ จะถูกใช้เป็นเหตุผลหลักในการเสนอขอปรับค่าธรรมเนียมในอนาคตเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ทั้งนี้ปัจจุบันสนามบินสมุยได้รับอนุมัติเพดานค่า PSC สำหรับเส้นทางต่างประเทศอยู่ที่ 700 บาท และเส้นทางในประเทศที่ 400 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการจัดเก็บจริงในเส้นทางในประเทศเพียง 300 บาท
ด้านกลยุทธ์บริหารต้นทุนน้ำมัน ท่ามกลางราคาตลาดที่ผันผวน ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงซื้อน้ำมันล่วงหน้า (Hedging) ไว้ที่สัดส่วน 30% ของปริมาณการใช้ทั้งหมดจนถึงสิ้นปีนี้ ในราคาเฉลี่ยประมาณ 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล นอกจากนี้บริษัทยังเน้นการบริหารจัดการเที่ยวบินและเส้นทางบินให้เหมาะสม รวมถึงการรักษาอัตราการบรรทุกผู้โดยสารให้อยู่ในระดับที่ทำกำไรได้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 19 ส.ค. 69
| ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.กรุงศรี | Buy | 25.00 บาท | | บล.พาย | ซื้อ | 22.50 บาท | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 21.40 บาท |
ปัจจัยบวก
ผู้โดยสารเส้นทางสมุยยังเติบโตแข็งแกร่ง และเข้าสู่ช่วง High Season ใน 3Q26 โดยเบื้องต้นตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันในเดือน ก.ค. 69 เพิ่มขึ้นกว่า 15% YoY หรือ 28% เมื่อเทียบกับ 2Q26 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ค่าโดยสารกว่า 70% (บล.กรุงศรี, บล.พาย, บล.ทิสโก้) ผลประกอบการงวด 2Q26 มีกำไรสุทธิ 331 ล้านบาท และกำไรปกติอยู่ที่ 349 - 355 ล้านบาท แม้หดตัว YoY แต่ถือว่าหดตัวน้อยที่สุดในกลุ่มฯ และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ (บล.กรุงศรี, บล.พาย, บล.ทิสโก้) แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วง 2H26F ฟื้นตัวต่อเนื่อง และคาดว่ากลับมาเติบโต YoY ได้ตั้งแต่ 3Q26F รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิงเครื่องบินมีแนวโน้มทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ (บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) ได้รับแรงหนุนจากรายได้เงินปันผลรับ (BDMS) เข้ามากว่า 491 ล้านบาท (+60% YoY) ช่วยชดเชยและรองรับการลดลงของ Unit Margin (บล.พาย, บล.ทิสโก้) มีปัจจัยบวกสะสม (Catalyst) จากความคืบหน้าของโครงการอู่ตะเภา (บล.กรุงศรี) ภาพรวม 1H26 ทำกำไรสุทธิได้ 2,422 ล้านบาท (+17% YoY) คิดเป็นสัดส่วนกว่า 93% ของประมาณการเดิม ส่งผลให้นักวิเคราะห์มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปีขึ้น โดยคาดการณ์กำไรทั้งปี 69 อยู่ที่ 3,154 ล้านบาท (บล.พาย, บล.ทิสโก้) ค่าโดยสารเฉลี่ย 2Q26 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% YoY มาอยู่ที่ 4,057 บาท/คน ช่วยชดเชยต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น (บล.พาย, บล.ทิสโก้) อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ใน 2Q26 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 75% - 75.2% เพิ่มขึ้นจาก 69.6% ใน 2Q25 (บล.พาย, บล.ทิสโก้) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเติบโตดี โดยอยู่ที่ 196 ล้านบาท (+14% YoY) จากธุรกิจคลังสินค้า (บล.พาย) สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีเสถียรภาพ คาดว่าจะช่วยสนับสนุนจำนวนเที่ยวบินจากสายการบินฝั่งตะวันออกกลาง ส่งผ่านผู้โดยสารมายังสุวรรณภูมิและเส้นทางของบริษัทได้มากขึ้น (บล.ทิสโก้)
ปัจจัยลบ ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้น กดดันความสามารถในการทำกำไรและอัตรากำไรขั้นต้น (Unit Margin) ของธุรกิจสายการบิน โดยทำให้สัดส่วนค่าน้ำมันพุ่งขึ้นเป็นประมาณ 20% ของค่าใช้จ่ายรวม ส่งผลให้มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานใน 2Q26 ที่ 291 ล้านบาท (บล.พาย, บล.ทิสโก้) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ใน 2Q26 เพิ่มขึ้นเป็น 1,064 ล้านบาท (+26% YoY) หรือคิดเป็น 20% ของรายได้ โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 33% YoY (บล.พาย) จำนวนผู้โดยสารใน 2Q26 ลดลงมาอยู่ที่ 0.9 ล้านคน (-2% YoY) จากการปรับลดเที่ยวบินลง (-4% YoY) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางที่ชะลอตัวจากผลกระทบของสงคราม (บล.พาย) มีการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) จำนวน 24 ล้านบาท ในงวด 2Q26 (บล.พาย)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |