สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 25 ส.ค. 69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.พาย | ซื้อ | 45.00 บาท | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 40.25 บาท | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 38.50 บาท | | บล.เอเซีย พลัส | Trading | 35.00 บาท |
สรุปปัจจัยบวก
+ ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนใน 2H26 โดยคาดว่ากำไรสุทธิช่วง 3Q26 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ทำจุดสูงสุดของปี (บล.พาย, บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้) + บริษัทคงเป้ารายได้ปี 2026 เติบโต 10-15% YoY โดยมีตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก (บล.พาย, บล.ทิสโก้) + ตลาดส่งออกในภูมิภาคหลักฟื้นตัวและเติบโตได้ดี โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ อินเดีย และสหรัฐฯ รวมถึงตลาดตะวันออกกลางที่ทยอยกลับมาฟื้นตัว (บล.พาย, บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้) + ตลาดในประเทศช่วง 3Q26 เติบโต YoY จากการออกสินค้า Beauti drinks ขนาดใหม่ ราคา 15 บาท/ขวด ขายผ่านช่องทางร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (บล.พาย) + อัตราการใช้กำลังการผลิตช่วง 3Q26 เพิ่มขึ้นเป็น 65% (จาก 60% ใน 2Q26) และการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ช่วยรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี แม้เผชิญต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น (บล.พาย, บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้) + ราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation ที่น่าสนใจ และจ่ายเงินปันผลจูงใจ (Dividend Yield คาดการณ์ราว 4.0% - 6.8%) (บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้) + คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026 อยู่ในช่วง 701 - 836 ล้านบาท (บล.กรุงศรี คาด 701 ลบ., บล.ทิสโก้ คาด 767 ลบ., บล.เอเซีย พลัส คาด 836 ลบ.) และคาดปี 2027 กำไรจะกลับมาเติบโต 13% YoY (บล.ทิสโก้) สรุปปัจจัยลบ - ค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาด (SG&A) ยังอยู่ในระดับสูง (ราว 17.5% ของยอดขาย) จากการลงทุนเพื่อขยายตลาดและสร้างแบรนด์ในต่างประเทศระยะยาว (บล.พาย, บล.กรุงศรี, บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้) - บริษัทปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2569 ลงมาเหลือ 10%-15% (จากเดิมตั้งไว้ 15%) (บล.เอเซีย พลัส) - การเริ่มมียอดขายจากตัวแทนจำหน่าย (Distributor) รายที่ 2 ในประเทศอินโดนีเซียต้องเลื่อนออกไปเป็นช่วง 1H27/1Q27 เนื่องจากอยู่ระหว่างรออนุมัติจาก อย. อินโดนีเซีย ในการเพิ่มความหลากหลายของชนิดสินค้า (บล.พาย, บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้) - ตลาดหลักในประเทศเกาหลีใต้มีการเติบโตต่ำตามสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น (บล.พาย, บล.เอเซีย พลัส) - ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ พลาสติก และพลังงาน ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงคราม รวมถึงตลาดในไทยโดนกดดันจากราคามะพร้าว (บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้) - ตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน และคู่ค้าต้องปรับราคาขายปลีกเพื่อชดเชยค่าขนส่งที่สูงขึ้น (บล.พาย, บล.เอเซีย พลัส) - แนวโน้มกำไรช่วง 4Q26 คาดว่าจะกลับมาอ่อนตัว QoQ อีกครั้ง เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Low Season ของการส่งออก (บล.เอเซีย พลัส) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |