สหรัฐฯ และอิหร่านเดินหน้าตอบโต้กันต่อเนื่องเป็นคืนที่ 9 เมื่อวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรงเช้านี้ ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันการเสียชีวิตของทหารสหรัฐฯ นายที่ 3 ในการปะทะช่วงสุดสัดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดรวมทหารที่เสียชีวิตเพิ่มเป็น 17 นายตั้งแต่ช่วงสงคราม ทหารสหรัฐฯ นายหนึ่งเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) ทางตอนเหนือของอิรัก ระหว่างปฏิบัติภารกิจทำลายโดรนโจมตีแบบพลีชีพของอิหร่านที่ยังไม่ระเบิด ขณะที่อีกหนึ่งนายได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) มีรายงานทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 นายในจอร์แดน จากเหตุโจมตีที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นฝีมือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ขณะที่ 4 นายได้รับบาดเจ็บ และสูญหายอีก 1 นาย การเสียชีวิตของทหารสหรัฐฯ จากการปะทะระลอกล่าสุด ส่งผลให้ยอดรวมกำลังพลสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตเพิ่มเป็น 17 นาย นับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ขณะเดียวกัน CENTCOM ยังระบุว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ยังไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ในจอร์แดน และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นทหารที่สูญหายหรือไม่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “เหล่าผู้รักชาติผู้ยิ่งใหญ่กำลังต่อสู้เพื่อไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง” และตนเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสูญเสียจากสงคราม “คืนนี้เราโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง และเราทำเช่นนั้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต” ทรัมป์กล่าวถึงปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน การโจมตีในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาขยายวงออกไปไกลกว่าเป้าหมายทางทหาร ครอบคลุมสะพาน ระบบสาธารณูปโภค และท่าเรือ สะท้อนว่าโอกาสกลับไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงเริ่มลดน้อยลง ความกังวลยิ่งเพิ่มขึ้น หลังจากอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า เงื่อนไขบางข้อที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศอาจยังไม่สามารถหาทางออกได้ ขณะที่ราคาน้ำมันโลกเช้านี้พุ่งกว่า 4% ก่อนลดช่วงบวกในเวลาต่อมา โดย ณ เวลา 9.40 น. ตามเวลาประเทศไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ย. อยู่ที่ระดับ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย. ด้านสัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนส.ค. อยู่ที่ระดับ 84 ดอลลาร์/บาร์เรล สหรัฐฯ เดินหน้าลดขีดความสามารถอิหร่านในการคุกคามเส้นทางเดินเรือ CENTCOM ระบุว่า การโจมตีล่าสุดมีเป้าหมายเพื่อลดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซและเป็นการสั่งสอนกองกำลังของอิหร่าน ด้านสื่ออิหร่านรายงานว่า ในการโจมตีระลอกล่าสุด กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะเกชม์ (Qeshm) ในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเมืองทางตอนใต้ ได้แก่ ชาเดกาน ซีริก และฮัจญิอาบาด โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตหรือความเสียหาย ขณะที่คูเวตยังคงตกเป็นเป้าหมายหลักของการตอบโต้จากอิหร่าน โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท Kuwait Petroleum Corporation ระบุว่า แหล่งน้ำมันแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้องอพยพเจ้าหน้าที่ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ขณะที่โรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำจืดอีก 2 แห่งถูกโจมตี กองทัพคูเวตระบุว่า การโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำทะเลทำให้เกิดเพลิงไหม้ และสร้างความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ อิสราเอลเตือนพร้อมกลับมาโจมตี หากอิหร่านรุกอีก อิสราเอลระบุว่า สามารถสกัดโดรนอิหร่านลำหนึ่งใกล้พรมแดนอิสราเอล-ซีเรีย ขณะที่อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหม เตือนอิหร่านว่า อิสราเอลจะกลับมาเปิดปฏิบัติการอีกครั้ง หากถูกโจมตี หนังสือพิมพ์ New York Times รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐฯ กำลังส่งเครื่องบินรบเพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลาง ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16 และ F-35 รวมถึงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศเพิ่มเติม การส่งกำลังดังกล่าวสะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจยกระดับการโจมตีในภูมิภาค ที่มา Bloomberg ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news |