สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 6 พ.ย.69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 69.00 | บล.กรุงศรี | Buy | 68.00 | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 65.00 | บล.เคจีไอ | - | 61.50 (Bloomberg consensus) | บล.บัวหลวง | ถือ | 57.00 | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อเก็งกำไร | 56.50 | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ถือ | 50.00 | บล.เอเซีย พลัส | Buy | 50.00 | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | Add | ไม่ระบุ |
สรุปปัจจัยบวก + + กำไรสุทธิ 3Q69 เติบโตก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) : บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 3Q69 อยู่ที่ราว 9.8 - 9.85 พันล้านบาท (หรือ 9,849 ล้านบาท) เติบโตแรง 788% - 789% YoY (หรือเพิ่มขึ้น 9 เท่า YoY) ขณะที่กำไรหลัก/กำไรปกติอยู่ที่ 1.2 - 1.36 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 287% - 292% YoY (หรือโต 6 เท่า YoY) และกำไรปกติ 9M69 อยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นราว 89% ของประมาณการทั้งปี (บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) + ค่าการกลั่น (GRM) ตลาดและพื้นฐานยังยืนระดับสูง YoY : ค่าการกลั่นตลาดและพื้นฐาน (Market / Basic GRM) อยู่ที่ 17.36 - 17.4 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล เติบโต 10% - 135% YoY โดยโรงกลั่นพระโขนงอยู่ที่ 22.5 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (+173% YoY) และโรงกลั่นศรีราชาอยู่ที่ 13.2 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (+99% YoY) พร้อมบันทึกกำไรสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) ราว 208 - 440 ล้านบาท (บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.เคจีไอ) + ธุรกิจโรงไฟฟ้า (BCPG) เติบโตโดดเด่น : กำไรสุทธิ BCPG เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 675.9% QoQ แตะ 1.2 พันล้านบาท และมี EBITDA 2,235 ล้านบาท (+110% QoQ) โดยมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 1,395 ล้านบาท หนุนโดยโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ จากคลื่นความร้อน, โครงการพลังงานลม Monsoon และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเข้าสู่ High Season (บล.เอเซีย พลัส, บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้) + ธุรกิจพลังงานชีวภาพและเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ขยายตัว : ธุรกิจเอทานอลและไบโอดีเซลมีกำไรเพิ่มขึ้นตามราคาและปริมาณขาย ขณะที่ปริมาณขายเชื้อเพลิง SAF เพิ่มขึ้น 37% QoQ สู่ 53.6 ล้านลิตร ช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ (บล.เอเซีย พลัส, บล.บัวหลวง, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.ทรีนีตี้) + ปริมาณขายน้ำมันในประเทศฟื้นตัว : ปริมาณจำหน่ายน้ำมันในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% - 11.8% QoQ สู่ระดับ 3,262 ล้านลิตร ตามการฟื้นตัวของการบริโภคแก๊สโซฮอล์ และเตรียมรับอานิสงส์ฤดูกาลเดินทางช่วงไตรมาส 4 (บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) + อุปทานพลังงานตึงตัวหนุนค่าการกลั่นยืนเหนือค่าเฉลี่ยระยะยาว : วงจรซัพพลายโรงกลั่นตึงตัวจากสงครามยืดเยื้อและความเสียหายของโรงกลั่นในตะวันออกกลางที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซม ส่งผลให้ค่าการกลั่นยังสามารถยืนเหนือระดับปกติที่ 5 - 6 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล หนุนกำไรปี 2026 - 2027 ทรงตัวในระดับสูง (บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.เคจีไอ) - อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับสูงจูงใจ: คาดการณ์เงินปันผลทั้งปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 6.05 บาท/หุ้น (งวด 2H69 คาดจ่าย 3.00 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield ครึ่งปีสูง 6.9%) และภาพรวม Dividend Yield ปี 2026F ถูกประเมินไว้สูงราว 7% - 11% ต่อปี (บล.เอเซีย พลัส, บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)) + การประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) น่าสนใจและมีสภาพคล่องสูง : ซื้อขายด้วย P/E ปี 2026F - 2027F ต่ำเพียง 1.4 - 1.6 เท่า และ P/BV อยู่ที่ 0.5 - 0.6 เท่า (บล.ทรีนีตี้ อิง Average P/BV 0.8 เท่า) อีกทั้ง EPS ปี 2026F - 2027F เทียบเท่า 77% ของ BV ปี 2025 ช่วยสร้างกระแสเงินสดรองรับดีล M&A ในอนาคต (บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้) + ราคาขายก๊าซธรรมชาติของ OKEA ปรับตัวดีขึ้น : OKEA ได้รับผลบวกจากราคาขายก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นเป็น 21.6 ดอลลาร์ฯ/mmbtu หรือเพิ่มขึ้น 38% QoQ ช่วยพยุงผลการดำเนินงาน (บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) สรุปปัจจัยลบ -
- ผลการดำเนินงาน 3Q69 ชะลอตัวลง QoQ : กำไรสุทธิ 3Q69 ปรับตัวลดลง 19.5% - 20% QoQ (กำไรหลักลดลง 7% QoQ) ได้รับผลกระทบจากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงพร้อมกันในธุรกิจโรงกลั่น, ธุรกิจการตลาด และธุรกิจสำรวจและผลิต (OKEA) (บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) - ผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Loss) และรายการพิเศษกดดันหนัก : บันทึกขาดทุน Hedging ทั้ง realized และ unrealized พุ่งขึ้นแตะ 4.2 พันล้านบาท (จากเดิม 538 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า) ส่งผลให้รายการพิเศษสุทธิพลิกเป็นค่าใช้จ่ายรวม 2.5 พันล้านบาท อีกทั้งมีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ (Loss on impairment of assets) ใน OKEA (บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน) - ค่าการตลาดน้ำมัน (Marketing Margin) ทรุดตัวแรง : ค่าการตลาดสุทธิปรับตัวลดลงเหลือ 0.80 - 0.91 บาท/ลิตร (ลดลง 37% QoQ และลดลง 6% YoY) ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากผลขาดทุนสต็อกน้ำมันของธุรกิจค้าปลีก (บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) - อัตราการเดินเครื่องโรงกลั่นลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง : อัตราการใช้กำลังการกลั่นลดลงเหลือ 89% (ปริมาณการกลั่นลดลงเหลือ 262.5 พันบาร์เรล/วัน) เนื่องจากโรงกลั่นศรีราชาชะลอการผลิตตามแผน 28 วันในเดือนกันยายน ส่งผลให้อัตราการกลั่นลดลง 5% QoQ มาอยู่ที่ 146 พันบาร์เรล/วัน (บล.เอเซีย พลัส, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) - ผลประกอบการ OKEA อ่อนตัวจากราคาน้ำมันและปริมาณขาย : ปริมาณขายลดลง และราคาขายผลิตภัณฑ์น้ำมันดิบ/ของเหลวปรับลดลง 9% - 9.2% QoQ สู่ 94.6 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล กดดันให้ EBITDA ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติลดลง 17% QoQ เหลือ 5,829 ล้านบาท (บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) - แนวโน้มกำไรปกติ 4Q69 คาดลดลง QoQ และเสี่ยงขาดทุนสต็อก (Stock Loss / NRV) : ค่าการกลั่นเริ่มปรับลดลงสู่ระดับ 10 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรลต้นๆ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงเร็ว เพิ่มความเสี่ยงบันทึกขาดทุนสต็อกก้อนใหญ่ (Stock loss net of NRV) หากราคาน้ำมันดิบ Brent สิ้นปีปิดต่ำกว่า 98 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) - ผลกระทบจากการแทรกแซงและปรับโครงสร้างสูตรราคาของภาครัฐ : ภาครัฐปรับสูตรราคาอ้างอิงน้ำมันสำเร็จรูปถาวร โดยถอดต้นทุน 4 รายการออกจากสูตร Import Parity มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2569 กระทบให้สมมติฐาน GRM ระยะยาวลดลง 1 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล และยังมีมาตรการแทรกแซงปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2.00 บาท/ลิตร ต่อเนื่องในเดือน พ.ย. (บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้) - แรงกดดันจาก Crude Premium และต้นทุนค่าระวางเรือ (Freight Cost) : ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) พุ่งสูงขึ้นเร็ว ควบคู่กับอัตราค่าระวางขนส่งทางเรือที่ปรับตัวขึ้น เป็นปัจจัยลบกดดันกำไรในระยะสั้น (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) - ประเด็นความเสี่ยงด้านผู้ถือหุ้นใหญ่ : หุ้นยังมีประเด็นกดดันจากการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ถูกอายัดหุ้นจากข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับทุนเทา (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) |