ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งผู้บริหารเพื่อจัดตั้ง "คลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์" และ "คลังสินทรัพย์ดิจิทัล" อย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองคลังจะใช้คริปโทเคอร์เรนซีที่รัฐบาลยึดได้จากคดีอาญาและคดีแพ่งเป็นทุนตั้งต้น David Sacks ผู้ดูแลนโยบายฝ่าย AI และคริปโทของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า คลังสำรอง Bitcoin จะเปรียบเสมือน "Fort Knox ดิจิทัล" สำหรับคริปโทเคอร์เรนซี โดยสหรัฐฯ จะไม่ขาย Bitcoin ใดๆ ที่อยู่ในคลัง แต่จะเก็บไว้เป็นแหล่งเก็บมูลค่า (store of value) ในระยะยาว ตามข้อมูลจาก Arkham ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ถือครอง Bitcoin จำนวน 198,109 BTC มูลค่าประมาณ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะถูกใช้เป็นเงินทุนเริ่มต้นสำหรับคลังสำรอง นอกจากนี้ รัฐบาลยังถือครอง Ethereum มูลค่า 119 ล้านดอลลาร์ และเหรียญ Tether มูลค่า 122 ล้านดอลลาร์อีกด้วย คำสั่งผู้บริหารดังกล่าวระบุว่า รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์จะได้รับมอบหมายให้พัฒนากลยุทธ์ที่ “เหมาะสม” สำหรับการได้มาซึ่ง Bitcoin เพิ่มเติม โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่เป็นภาระต่อผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา ทรัมป์ระบุว่า คลังสำรองคริปโทจะรวมถึง XRP, Solana และ Cardano โดยมี Ethereum และ Bitcoin เป็น "หัวใจหลัก" แต่ข้อมูลจาก Arkham แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ถือครอง XRP, SOL หรือ ADA แต่อย่างใด ทั้งนี้ คำสั่งผู้บริหารยังกำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลทุกแห่งต้องทบทวนอำนาจทางกฎหมายของตนในการโอน Bitcoin ที่ถือครองไปยังคลังสำรอง และจัดทำบัญชีเต็มรูปแบบของการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดภายใน 30 วันนับจากวันที่มีคำสั่ง โดย Sacks กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการตรวจสอบบัญชีที่สมบูรณ์เกี่ยวกับการถือครองคริปโทของรัฐบาลสหรัฐฯ คำสั่งบริหารฉบับนี้จึงถือเป็นการสั่งการให้มีการจัดทำบัญชีและรวบรวมข้อมูลสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐบาลกลางอย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก ที่มา : cointelegraph |