*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 76.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 4.70 ดอลลาร์ หรือ -5.8% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 78.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 4.21 ดอลลาร์ หรือ -5.1% ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงประมาณ 5% เป็นวันที่สองติดต่อกันในวันอังคาร (16 มิ.ย.) สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางและการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมไปถึงข้อตกลงที่จะอนุญาตให้อิหร่านกลับมาจำหน่ายน้ำมันได้ ทั้งนี้ น้ำมันดิบเบรนท์ปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. *** ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มการถือครองทองคำมากขึ้นกว่าที่เคย โดย 45% ของธนาคารกลางที่เข้าร่วมการสำรวจระบุว่า มีแผนเข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ครึ่งหนึ่งของธนาคารกลางที่มีแผนเพิ่มการถือครองทองคำระบุว่า จะใช้โครงการสะสมทองคำภายในประเทศเป็นแหล่งจัดหาเงินทุนสำหรับการซื้อ โดยรัฐบาลหรือธนาคารกลางจะเข้าซื้อทองคำจากผู้ผลิตเหมืองทองคำภายในประเทศด้วยสกุลเงินท้องถิ่น ก่อนนำทองคำดังกล่าวเข้าสู่ทุนสำรองระหว่างประเทศของตนเอง ขณะเดียวกัน การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเร่งตัวขึ้นในไตรมาสแรกของปี โดยผู้ซื้อหลักยังคงเป็นธนาคารกลางในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันอุปสงค์ทองคำในตลาดโลก *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาศัยอำนาจตามกฎหมาย Defense Production Act เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและการพัฒนาอาวุธ ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานสำหรับการผลิตและจัดหาเครื่องกระสุน ตามบันทึกคำสั่งที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันอังคาร ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นถึงศักยภาพของผู้ผลิตอาวุธสหรัฐฯ ในการรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในด้านการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องกระสุนสำหรับการใช้งานด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ *** สื่อต่างประเทศรายงานอ้างแหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านเตรียมได้รับสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ภายใต้ข้อตกลงสงบศึกกับสหรัฐฯ โดยจะสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันได้ทันที พร้อมเข้าถึงกองทุนเพื่อการพัฒนามูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสนับสนุนเพื่อผลักดันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะออกหนังสือยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากปิโตรเคมีของอิหร่านทันที หลังจากมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศ *** รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งให้ Anthropic จำกัดการเข้าถึงโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นล่าสุดของบริษัทสำหรับบุคคลต่างชาติ โดยอ้างอำนาจในการกำกับดูแลเทคโนโลยีดังกล่าว มาตรการห้ามส่งออกเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อซอฟต์แวร์ที่ธนาคาร สำนักงานกฎหมาย และหน่วยงานภาครัฐทั่วโลกกำลังเร่งนำมาใช้งาน อีกทั้งยังก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ว่า อาจตกอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอนจากนโยบายของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ และอาจจำเป็นต้องมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ในอนาคต ด้านเซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ประกาศว่า หน่วยงานภาครัฐจะเริ่มนำเครื่องมือที่พัฒนาบนเทคโนโลยีของ Mistral AI สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ของฝรั่งเศสมาใช้งาน ระบุว่า ฝรั่งเศสต้องมีเครื่องมือของตนเอง และไม่สามารถพึ่งพาพันธมิตรบางรายได้ *** เอกอัครราชทูตจีนประจำแอฟริกาใต้ประกาศว่า จีนจะมอบเงินสนับสนุนจำนวน 3.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยแอฟริกาใต้ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ซึ่งเป็นความช่วยเหลือที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง หลังจากสหรัฐฯ ปรับลดการสนับสนุนด้านดังกล่าวลง ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยให้การสนับสนุนโครงการป้องกันและรักษา HIV ของแอฟริกาใต้มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ความช่วยเหลือดังกล่าวถูกลดทอนลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปรับลดงบประมาณความช่วยเหลือต่างประเทศ *** การส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนพ.ค. ขยายตัว 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2022 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งสำหรับรถยนต์และผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์ คาดการณ์ไว้ที่ 16.2% และเร่งตัวขึ้นจากระดับ 14.8% ในเดือนเมษายน การเติบโตของการส่งออกได้รับแรงหนุนหลักจากการส่งออกไปยังจีนที่เพิ่มขึ้น 17.9% เมื่อเทียบรายปี และการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 12.5% โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ขณะที่สหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของประเทศ *** หุ้นจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในฮ่องกงกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนหันไปให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดหุ้นอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียเหนือมากกว่า โดยดัชนีวัดผลการดำเนินงานของหุ้นจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกงปรับตัวลดลงเกือบ 8% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ดัชนี MSCI China กำลังเข้าใกล้ภาวะตลาดหมี (Bear Market) ซึ่งหมายถึงการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากจุดสูงสุดก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่าหุ้นจีนนอกแผ่นดินใหญ่มีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะต่อไป โดยได้รับแรงหนุนจากระดับมูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับตลาดอื่น รวมถึงความต้องการกระจายการลงทุนของนักลงทุน แต่คาดว่า ภาวะการปรับตัวต่ำกว่าตลาดโดยรวม (Underperform) อาจยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น *** หุ้น SpaceX ปรับตัวขึ้น 4.8% ปิดที่ 201.80 ดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทของอีลอน มัสก์ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 2.655 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 8 แสนล้านดอลลาร์จากช่วงที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีมูลค่ามากกว่า Amazon ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยก่อนหน้านี้ Amazon ครองตำแหน่งบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศ ในช่วงหนึ่งของการซื้อขายยังสามารถแซง Microsoft ได้ในช่วงสั้น ๆ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเก็งกำไรอย่างคึกคักในสัญญาออปชันหุ้นของบริษัท *** SpaceX บรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการ Cursor สตาร์ทอัพผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม vibe coding โดยนักลงทุนของ Cursor จะได้รับหุ้นของ SpaceX เป็นส่วนหนึ่งของดีลมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้ xAI ซึ่งเป็นธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ของ SpaceX สามารถเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและลดช่องว่างการแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic และ OpenAI ในตลาดเครื่องมือเขียนโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI คาดว่าดีลระหว่าง SpaceX และ Cursor จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ โดย Cursor จะได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรประมวลผลคอมพิวเตอร์ในระดับขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาและให้บริการเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI ในอนาคต *** Yum Brands ประกาศขายธุรกิจ Pizza Hut มูลค่ารวม 2,700 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจอาหารจานด่วน และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังคงระมัดระวัง ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ธุรกิจ Pizza Hut ในจีนแผ่นดินใหญ่จะถูกขายให้กับ Yum China Holdings มูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ธุรกิจ Pizza Hut ในตลาดอื่น ๆ ที่เหลือจะถูกขายให้กับบริษัทไพรเวทอิควิตี LongRange Capital ในมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news |