“ศุภจี” ลงพื้นที่โตโยต้า สำโรง ติดตามผลกระทบน้ำท่วม พบโรงงาน 3 แห่งไม่ท่วมโดยตรง แต่ซัพพลายเออร์บางส่วนส่งชิ้นส่วนไม่ได้ สั่งเช็กทั้งระบบตั้งแต่โรงงาน-ขนส่ง-คลังสินค้า หวั่นกระทบการผลิตและส่งออก พร้อมเสนอพิจารณายกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร-อะไหล่ และลดหย่อนภาษีค่าซ่อมฟื้นฟู นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการลงพื้นที่ติดตามผลกระทบน้ำท่วมต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และการส่งออก ณ สำนักงานใหญ่โตโยต้า สำโรง ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง สมุทรปราการว่า กรณีโตโยต้า โรงงานทั้ง 3 แห่งไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง แต่การผลิตได้รับผลกระทบจากผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่การผลิตบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ ทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ตามปกติ ทั้งนี้ จึงได้กำชับกระทรวงอุตสาหกรรมให้ติดตามทั้งระบบว่า มีโรงงานหรือซัพพลายเออร์จุดใดได้รับผลกระทบ มีวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนใดที่อาจกลายเป็นคอขวด และภาครัฐสามารถเข้าไปช่วยประสานหรือแก้ข้อจำกัดในจุดใดได้บ้าง เพื่อให้การผลิตกลับมาดำเนินการได้เร็วที่สุด “วันนี้เรามาดูที่โตโยต้า เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้มีเฉพาะโรงงานประกอบรถยนต์ แต่มีผู้ผลิตและซัพพลายเออร์เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ ถ้าจุดใดจุดหนึ่งหยุด ผลกระทบอาจต่อเนื่องไปทั้งระบบ เราจึงต้องรู้ให้เร็วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และเข้าไปช่วยประสานแก้ไข” นางศุภจี กล่าว สำหรับแนวทางระยะสั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อตรวจสอบปัญหาของซัพพลายเออร์ที่ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ รวมทั้งประสานนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตสำคัญในพื้นที่อื่น เพื่อรวบรวมข้อมูลผลกระทบและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือให้ตรงกับปัญหา โดยการติดตามจะไม่จำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่จะครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นสถานการณ์ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่โรงงาน การขนส่ง คลังสินค้า การกระจายสินค้า ไปจนถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ ส่วนแนวทางระยะยาว จะนำข้อเสนอของผู้ประกอบการไปพิจารณาในระดับนโยบาย รวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งแรงงานและวัตถุดิบ เพื่อสนับสนุนให้ภาคการผลิตสามารถดำเนินต่อไปได้ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ยังไม่ใช่มาตรการที่มีผลบังคับใช้ นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดให้สถานประกอบการใช้ช่วงที่จำเป็นต้องหยุดการผลิตชั่วคราวในการพัฒนาทักษะพนักงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเร่งการผลิตเมื่อการส่งชิ้นส่วนเข้าสู่โรงงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และนำแนวทางดังกล่าวไปเป็นตัวอย่างให้โรงงานอุตสาหกรรมอื่นสามารถปรับตัวในช่วงที่ได้รับผลกระทบได้ อีกด้านหนึ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน คือ การรักษาความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยนอกจากเร่งแก้ปัญหาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว จะรวบรวมตัวอย่างพื้นที่อุตสาหกรรม คลังสินค้า และผู้ประกอบการที่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี เพื่อสะท้อนให้คู่ค้า นักลงทุน และผู้ประกอบการต่างประเทศเห็นว่า ระบบการผลิตและโลจิสติกส์ของไทยยังมีความพร้อมและสามารถบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์ได้ ส่วนแนวทางระยะยาว จะนำข้อเสนอของผู้ประกอบการไปพิจารณาในระดับนโยบาย ได้แก่ การขอให้ภาครัฐพิจารณายกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่ที่จำเป็นต้องนำเข้ามาเพื่อซ่อมแซมโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และการพิจารณาลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเครื่องจักรและโรงงาน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวจะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา “การเป็นทัพหลังไม่ได้หมายถึงรอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แต่ต้องมองให้ครบทั้งระบบว่า จุดไหนมีความเสี่ยง จุดไหนต้องเข้าไปช่วย และจุดไหนที่ยังเดินได้ดี เราต้องทำให้เดินต่อ เพื่อให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การผลิต และการส่งออกของประเทศเกิดขึ้นน้อยที่สุด” นางศุภจีกล่าว นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่โรงงานประกอบชิ้นส่วนโตโยต้า จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อภาคการผลิตและการส่งออก โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลภาคเศรษฐกิจควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ระบบการผลิต การขนส่ง การค้า และการส่งออกสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้าง “สำหรับ การลงพื้นที่ครั้งนี้ต่อเนื่องจากประเด็นที่นางศุภจีได้หารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเห็นว่า ในช่วงแรกของสถานการณ์ หน่วยงานต่าง ๆ ได้ระดมการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่แล้ว ขณะเดียวกันจำเป็นต้องเร่งเข้ามาดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตควบคู่กันไป เนื่องจากหากโรงงานหรือผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานได้รับผลกระทบ อาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงการผลิต การจ้างงาน การขนส่ง และการส่งออก จึงเป็นที่มาของการลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหาในวันนี้”นางสาวลลิดา กล่าว ในบทบาทรองนายกรัฐมนตรี นอกจากกำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์แล้ว นางศุภจียังได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงต้องติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบ สำหรับภาคเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมมีภารกิจเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยกระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องสินค้า การกระจายสินค้า การค้าและการส่งออก ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลภาคการผลิต โรงงาน และห่วงโซ่อุปทาน การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการติดตามอีกด้านหนึ่งของสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้มั่นใจว่าไม่เพียงสินค้าจะไม่ขาดแคลน แต่ต้นทางการผลิตต้องสามารถเดินต่อได้ และผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกต้องเกิดขึ้นน้อยที่สุด . |