สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 20 ก.ค.69
ชื่อโบรกฯ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | ซื้อ | 21.80 | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 20.50 | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 20.40 | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 20.00 | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 20.00 | บล.พาย | ซื้อ | 20.00 | บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 19.00 | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 19.00 | บล.กรุงศรี | Neutral | 18.40 |
ปัจจัยบวก + อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่งทำ All-Time High: อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวแตะระดับ 42.7% - 43.0% จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การลดโปรโมชั่น การปรับโครงสร้างราคาสินค้า คลังวัตถุดิบต้นทุนต่ำ และผลของการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยา (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.พาย)
+ การคุมค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพการดำเนินงาน: สัดส่วน SG&A to sales ลดลงเหลือราว 22.0% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายการขายและการตลาดอย่างมีวินัย (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.พาย)
+ ยอดขายในประเทศเติบโตดี: เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล และกลุ่ม Personal Care ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยได้อานิสงส์จากช่องทางร้านค้าดั้งเดิม การออกสินค้าใหม่ และแรงหนุนจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ (ไทยช่วยไทยพลัส) (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.พาย)
+ สถานการณ์ในเมียนมาเริ่มคลี่คลาย: ปัญหาใบอนุญาตนำเข้า (Import License) ปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย. และเริ่มมีการนำเข้าสินค้าผ่านการค้าชายแดนซึ่งจะช่วยประคองยอดขายต่างประเทศ (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.พาย)
+ ตลาดต่างประเทศอื่นขยายตัวแข็งแกร่ง: ยอดขายต่างประเทศ (ไม่รวมเมียนมา) เติบโตระดับ Double Digit โดยเฉพาะการรุกตลาดอินโดนีเซีย, CLMV และตลาดจีนผ่าน E-Commerce (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป)
+ แนวโน้มกำไร 2Q26 เติบโต YoY: คาดการณ์กำไรสุทธิ/กำไรปกติช่วง 2Q26 อยู่ที่ประมาณ 1,049 - 1,114 ล้านบาท (เติบโต +4% ถึง +10% YoY) โดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มเครื่องดื่ม (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.พาย)
+ Valuation น่าสนใจและปันผลสูง: หุ้นซื้อขายที่ PER ระดับ 14.0 - 14.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่ม พร้อมจ่าย Dividend Yield จูงใจในระดับ 4% - 6% (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.พาย)
ปัจจัยลบ - ปัญหาใบอนุญาตนำเข้าและการขนส่งในเมียนมา: ปัญหา Import License ในช่วงก่อนหน้ากดดันยอดขาย และช่วง 3Q26 เป็นฤดูฝนอาจกระทบการขนส่งในเมียนมาเพิ่มเติม (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.พาย)
- การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชี TAS 21: ส่งผลกระทบทางบัญชีต่อรายได้ต่างประเทศโดยเฉพาะเมียนมาอย่างมีนัยสำคัญ กดดันรายได้เมียนมาลงราว 30% YoY และทำให้รายได้ต่างประเทศรวมหดตัว (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.พาย)
- กำไรชะลอตัว QoQ และ HoH จากปัจจัยฤดูกาล: คาดการณ์กำไรช่วง 2Q26 ลดลง 4% ถึง 9% QoQ และช่วงครึ่งปีหลัง (2H26) มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากครึ่งปีแรกตามปัจจัยทางฤดูกาล (Low Season) (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.พาย)
- ยอดขายรวมและตลาดต่างประเทศหดตัว YoY: คาดการณ์รายได้รวม 2Q26 อยู่ที่ราว 6,169 - 6,200 ล้านบาท ลดลง 3% ถึง 10% YoY โดยยอดขายส่งออกต่างประเทศภาพรวมหดตัวลง (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.พาย)
- ความเสี่ยงต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และการแข่งขัน: ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มปรับขึ้นในครึ่งปีหลัง รวมถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังที่อยู่ในระดับปานกลางถึงสูง (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |