ใกล้สู่เทศกาลประกาศงบ Q2/69 นำร่องโดย "กลุ่มแบงก์" ซึ่งมีอีกกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจไม่แพ้กัน คือ "กลุ่มลีสซิ่ง" นำโดย บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC , บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR , บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD โดยนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์กำไร Q2/69 และ มีมุมมองที่แตกต่างออกไป ซึ่งทาง "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้รวบรวมข้อมูลเอาไว้ดังนี้ 
ที่มา : บล.กรุงศรี , บล.เมย์แบงก์ ,บล.เอเซียพลัส , บล.ซีจีเอสไอ , บล.บัวหลวง , บล.ดีบีเอส , บล.ทรีนิตี้ , บล.ฟิลลิป , บล.ทิสโก้ , บล.ยูโอบี ***MTC เด่นสุด ลุ้นกำไรแตะ 1.9 พันล้านบาท บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ถูกจับตามากที่สุดในกลุ่ม หลังคาดการณ์กำไรไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1,880-1,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4-15.3% YoY โดยปัจจัยหนุนมาจากแนวโน้มสินเชื่อที่กลับมาขยายตัว การบริหารต้นทุนทางการเงิน และ การควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คาดกำไรสุทธิปี 69 จะเติบโต 15.8% YoY และ ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดสินเชื่อเติบโต +8.4% YoY , +3.0% QoQ และ +3.4% YTD ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 69 โดยโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2/69 แม้จะชะลอลงจากระดับปกติ โดยปกติความต้องการสินเชื่อจะสูงในเดือนเม.ย. (เทศกาลสงกรานต์ ) และ เดือนพ.ค. (ช่วงเปิดภาคเรียน) ก่อนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเดือนมิ.ย. ทั้งนี้ การเติบโตของสินเชื่อยังต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 10–15% สำหรับปี 69 บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุ MTC ได้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากว่า 2 ปีแล้ว ทำให้คุณภาพสินเชื่อของลูกค้าใหม่ๆดีขึ้น ทำให้ทิศทาง NPLs/loans ratio ปรับลดลงต่อเนื่องจากระดับ 3.1% ณ สิ้นปี 66 มาที่ 2.6% ณ สิ้นไตรมาส 1/69 รวมไปถึงได้มีการเพิ่ม loan-loss coverage ratio ขึ้นมาอย่างต่อเรื่อง จนล่าสุดมี loan-loss coverage ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 144% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่ loan-loss reserve ต่อสินเชื่อ ก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันมาอยู่ที่ระดับ 3.7% โดยเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ทำให้ประเมินว่า MTC ไม่น่าจะเร่งเพิ่ม loan-loss reserve ขึ้นจากระดับปัจจุบันมากนักในปีนี้ ***TIDLOR กำไรโตแรงสุด ลุ้นเพิ่มกว่า 18% บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR คาดกำไรไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1,470-1,540 ล้านบาท เติบโต 13-18.6% YoY ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในกลุ่ม โดยจุดเด่นของ TIDLOR คือ ฐานธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถและนายหน้าประกันภัยที่ช่วยกระจายรายได้ พร้อมแนวโน้มคุณภาพสินเชื่อดีขึ้น บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุ บริษัทฯ มีโอกาสที่การตั้งสำรองจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อรวมของบริษัทอยู่ที่ 5.0% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 69 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี และ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนที่ให้คำแนะนำที่ 3.6% อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่า TIDLOR จะรักษาอัตราส่วนดังกล่าวไว้ใกล้เคียงระดับปัจจุบันจนถึงสิ้นปี 69 จึงไม่จำเป็นต้องตั้งเงินสำรองเพิ่มเติมในปีนี้ ส่งผลให้การตั้งสำรองมีแนวโน้มลดลง YoY ในช่วงครึ่งหลังของปี 69 ซึ่งอัตราการตั้งสำรองทั้งปีของบริษัทฯ อาจต่ำกว่าประมาณการประมาณ 20 bps โดยอาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 69 ที่ 3% บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 กลับมาขยายตัว QoQ จากการเติบโตของสินเชื่อ ประกอบกับ Loan spread ที่มีแนวโน้มกว้างขึ้น หลังหุ้นกู้ต้นทุนสูงทยอย Repricing ซึ่งกำไรสุทธิช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโต YoY ทุกไตรมาส โดยเฉพาะไตรมาส 4/69 ที่ฐานกำไรต่ำในปีก่อน ***SAWAD ฟื้นตัว แต่โตน้อยกว่าเพื่อน บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD คาดกำไรไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1,380-1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10-12.6% YoY โดยกำไรกลับมาเติบโตระดับสองหลัก ซึ่งได้แรงหนุนจากต้นทุนการเงินที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงกดดันจากการตั้งสำรองและคุณภาพลูกหนี้บางส่วน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุ ฝ่ายวิจัยได้ปรับคำแนะนำเป็น BUY เดิม REDUCE จากการปรับกำไรสุทธิ 69-71 ขึ้น +12-20% จากรายได้ดอกเบี้ย (NII) และ คุณภาพสินทรัพย์ดีกว่าคาด ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 69 ปรับเป็น 30 เดิม 21 บาท โดยชอบ SAWAD มากขึ้น เพราะคาดคุณภาพสินทรัพย์ได้ผ่านจุดแย่สุดไปแล้ว ในขณะที่กำไรสุทธิปี 69 คาดกลับมาเติบโต +10% YoY และ กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 คาดที่ 1,380 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 9% YoY และ 3% QoQ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรวม NIM และ รายได้ประกัน รวมถึงการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |