Bitcoin Cash (BCH) ทะยานกว่า 30% พร้อมกับปริมาณการซื้อขายพุ่งกว่า 300% ท่ามกลางนับถอยหลังเหตุการณ์ Halving และอัปเกรดเครือข่ายประจำปี Jessica ด้านดัชนี Crypto Fear & Greed วันนี้ 83 เข้าขั้น "โลภแบบสุดๆ" หรือ Extreme Greed Bitcoin Cash (BCH) พุ่งกว่า 30% ติดอันดับเหรียญพุ่งแรงลำดับต้นๆ เช้าวันนี้ ส่งผลให้ในรอบ 30 วัน BCH ให้ผลตอบแทนกว่า 100% และ 91% นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน ส่วนปริมาณการซื้อขายพุ่งกว่า 300% หรือกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ ณ ขณะรายงาน Bitcoin Cash เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่เกิดจากการ Hard Fork หรือแยกบล็อกเชนออกมาจาก Bitcoin เนื่องจากนักพัฒนาเห็นว่ายังมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาในการตรวจสอบการทำธุรกรรมเพราะมีขนาดบล็อกเพียงแค่ 1 MB แต่ Bitcoin Cash เพิ่มขนาดบล็อกเป็น 8MB ต่อมาขยายเป็น 32MB เพื่อรองรับธุรกรรมต่อวินาทีได้มากขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษาค่าธรรมเนียมในระดับต่ำ ในทางเทคนิค BCH ทำงานคล้ายกับ Bitcoin โดยใช้ระบบฉันทามติแบบ Proof-of-Work (PoW) ใช้โหนดในการตรวจสอบธุรกรรม มีอุปทานจำกัด 21 ล้านเหรียญ และมีการลดรางวัลผลตอบแทนหรือ Halving ทุกๆ 4 ปีหรือทุกๆ 210,000 บล็อกเหมือนกัน สาวก Bitcoin Cash (BCH) ต่างรอคอยเหตุการณ์ Halving ครั้งต่อไปคาดในวันที่ 1 เมษายน 2024 และการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่ประจำปีที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เป็นแรงผลักดันให้ราคา BCH เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยหลัง Halving รางวัลสำหรับนักขุด BCH จะลดลงครึ่งหนึ่งจาก 6.25 BCH เหลือ 3.125 BCH ส่วนการอัปเกรด Jessica ในเดือนพฤษภาคมนี้จะปรับเปลี่ยนวิธีจัดการขนาดบล็อกเพื่อช่วยให้เครือข่ายรองรับธุรกรรมได้มากขึ้น นับว่าเป็นพัฒนาการที่สำคัญของ Bitcoin Cash ต่อเนื่องจากการอัปเกรดเมื่อเดือน พ.ค.2023 ในชื่ออัปเกรด "Cashtokens" ที่เปิดตัวสัญญาอัจฉริยะและการออกโทเคนบนเครือข่ายได้ นอกจากนี้ เหรียญมีมก็ยังคึกคักต่อเนื่องใน เช้านี้นำโดย FLOKI (อันดับ 82 ของโลก) เช้านี้ทะยานกว่า 40% มาแรงดันดับ 1 ของเหรียญที่ราคาพุ่งแรงสุด ทำผลงานได้โดดเด่นเกือบ 300% นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน และ +376% ในรอบ 30 วัน Bitcoin (BTC) พี่ใหญ่และ Ethereum พี่รองในตลาดเช้าวันนี้ กอดคอพักผ่อนไปตามระเบียบ หลังซิ่งหลายวันติดปล่อยให้บรรดาอัลคอยน์เหรียญเล็กเหรียญน้อยได้คึกคักกันถ้วนหน้า โดยราคา BTC เคลื่อนไหวในพื้นที่ 61,000 ดอลลาร์ หลังขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 64,000 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา (เข้าใกล้จุดสูงสุดตลอดกาลที่ $69,000) ส่วน Ethereum ซื้อขายในพื้นที่ $3,400 ดัชนี Crypto Fear & Greed วันนี้ 83 เข้าขั้น "โลภแบบสุดๆ" หรือ Extreme Greed ต่อเนื่องจากวานนี้ที่ระดับ 80 ซึ่งก็เป็นโซน Extreme Greed เช่นกัน เมื่อดัชนีบ่งบอกถึงอารมณ์ของนักลงทุนที่มีความโลภมากขึ้น อาจตีความได้ว่าเป็นช่วง FOMO หรือกลัวตกรถผู้คนจึงแห่เข้ามาซื้อ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนอาจพิจารณาเป็นจังหวะในการทยอยขาย ในทางกลับกันหากดัชนี Crypto Fear & Greed ตกต่ำหรือเข้าขั้นกลัว (Fear) บางคนอาจพิจารณาเป็นจังหวะซื้อ แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองส่วนบุคคลในการนำดัชนีดังกล่าวไปใช้ประกอบการตัดสินใจ มูลค่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ณ ขณะรายงาน 2.34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (+0.57%) ปริมาณการซื้อขาย 8.97 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (-17.21%) โดยมูลค่าตลาดของบิตคอยน์คิดเป็น 51.88% (-0.47%) ที่มา : coinstats nicehash coinmarketcap |