BAY เดินหน้าพัฒนาช่องทางดิจิทัลและขยายบริการสกุลเงินใหม่ๆ พร้อมประกาศกลยุทธ์ธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ปี 69 พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าเติบโตอย่างยั่งยืน บนความท้าทายและความผันผวนของตลาดเงินทั่วโลก มองตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจ หลังเสถียรภาพ - นโยบายการเมืองมีความต่อเนื่อง นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า กรุงศรีให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า และ พร้อมทำหน้าที่ในฐานะพาร์ตเนอร์ ที่ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางสถานการณ์ ความท้าทายต่างๆ ของตลาดเงินทั่วโลก ที่ผ่านมากรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ได้พัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าธุรกิจ โดยผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบ ทบต้นอยู่ที่ 16% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จ และ ความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ ยั่งยืน "ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ปริมาณธุรกรรมเพียงอย่างเดียว ในฐานะพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ หัวใจสำคัญ คือความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้จากความสามารถในการช่วยลูกค้าบริหารความเสี่ยงท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ได้"นายคุโรกิ กล่าว ส่วนความท้าทายของธุรกิจท่ามกลางการแข่งขัน และ ความผันผวนของสถานการณ์ตลาด การเงินโลก โดยอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งระบุว่า มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตกว่า 60% ขณะที่ปริมาณธุรกรรมการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อการนำเข้าส่งออกที่ทำผ่านธนาคารพาณิชย์กลับเติบโตขึ้นเพียง 5.7% อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการทำธุรกรรม FX ของภาคธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Multi-Currency Trends อย่างชัดเจน โดยแนวโน้มการชำระเงินค่าสินค้านำเข้าและส่งออกด้วยสกุลเงินอื่น นอกเหนือจาก 3 สกุลเงินหลัก (ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และ เยน) เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ จากแนวโน้มการทำธุรรรม FX ของภาคธุรกิจและภาครวมของตลาดการเงิน กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ได้ กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2026 โดยมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.ยกระดับสู่ Digital FX อย่างเต็มรูปแบบมุ่งพัฒนาและขยายขีดความสามารถในการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น FX ผ่านทางระบบออนไลน์ FX@Krungsri การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มของลูกค้าเข้ากับ บริการ FX API ของธนาคาร รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินผ่าน Krungsri FX Line Official Account เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดและทำธุรกรรมได้สะดวก รวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.พัฒนาโซลูชันด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและ Multi-Currency ขยายการให้บริการสกุลเงินใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เช่น เงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) เงินดีร์แฮมสหรัฐอาหรับเอ มิเรตส์ (AED) และ เมื่อช่วงไตรมาส 4/68 ธนาคารยังได้เปิดให้บริการเงินสกุลริยัลซาอุดิอาระเบีย (SAR) เพื่อรองรับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ และ การค้าระหว่างไทย และ ตะวันออกกลางที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3.พัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยง และ การลงทุน มุ่งนำเสนอโซลูชันเพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่ สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้มากขึ้น นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงกับศักยภาพของกลุ่ม MUFG พร้อมทั้งนำ AI และระบบ Automation มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการ ทำงานของ FX Dealer เพื่อยกระดับความรวดเร็ว ความแม่นยำ และ คุณภาพการให้บริการตลาดการเงินโลกและไทย นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY คาดการณ์ว่า ตลาดการเงินโลกพยายามหันเหจุดสนใจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปสู่แนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงเปราะบางตามกลยุทธ์การเจรจา และ จะกระทบบรรยากาศการลงทุนอยู่เป็นระยะก็ตาม นอกจากนี้ เฟดภายใต้การนำของ ประธานเควิน วอร์ช ตั้งใจปฏิรูปการสื่อสาร และ ลดการให้สัญญาณชี้นำล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย ในภาวะเช่นนี้ราคาสินทรัพย์ต่างๆ จะมีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้นเมื่อมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ หรือ ในช่วงที่การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ใกล้เข้ามา ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงมีท่าทีระมัดระวัง แต่คาดว่าจะทยอยขึ้นดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงินเยนต่อไป สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินบาท ซึ่งอ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนยอดนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการบริหารความมั่นคงด้านพลังงาน ส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้ามีปัจจัยประคองค่าเงินบาทอยู่บ้าง ได้แก่ ราคาน้ำมันตลาดโลกที่แม้ผันผวนสูง แต่ซื้อขายห่างจากจุดสูงสุดของรอบอยู่พอสมควร รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า ขณะที่ภาวะขาดดุลแฝดของไทยอาจบรรเทาลงแม้ต้องใช้เวลา โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์มองว่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และ แกว่งตัวในกรอบ 32-34 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 69 หากเฟดคงดอกเบี้ยตามสมมติฐานหลัก และ ดุลการค้าของไทยปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ทิศทางเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อประมาณการค่าเงิน นอกจากนี้ คาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะถูกตรึงไว้ที่ 1.00% ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้าตราบใดที่แนวโน้มเศรษฐกิจ และ เงินเฟ้อไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าในบริบทที่เงินเฟ้อด้านต้นทุนสูงขึ้นเพียงชั่วคราว คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะให้น้ำหนักกับภาวะอุปสงค์ และเสถียรภาพภายในประเทศมากกว่าแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ส่วนมุมมองต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ(Fund Flow) นางสาวรุ่ง ระบุว่า หลังจากนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณเงินไหลกลับโดยตลาดหุ้นไทยถูกมองว่า เป็นแหล่งพักเงินในช่วงที่ตลาดในภูมิภาคเอเชียเหนือ เช่น เกาหลีใต้ มีความหวือหวา และ นักลงทุนเริ่มขายทำกำไร สำหรับปัจจัยที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ประกอบด้วย 1.Valuation ราคาหุ้นไทยอยู่ในระดับที่น่าสนใจ และ ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับตลาดอื่น 2.เงินปันผล อัตราผลตอบแทนในรูปเงินปันผลยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี 3.เสถียรภาพ แม้จะไม่หวือหวา แต่ตลาดไทยมีเสถียรภาพค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของฟันด์โฟลว์ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (EPS Growth) และ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ไม่ควรทวีความรุนแรงเกินกว่าที่ประเมินไว้ ในส่วนของตลาดพันธบัตร แม้ในปีนี้จะยังเป็นการซื้อสุทธิ แต่ภาพรวมยังไม่หนาตาเท่าตลาดหุ้น เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย ที่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงินรูเปียะห์ เนื่องมาจากปัญหาเฉพาะตัวด้านงบประมาณและนโยบายเศรษฐกิจ ทางกรุงศรีมองว่า ดอกเบี้ยไทยที่แม้จะอยู่ในระดับต่ำ แต่ค่าเงินบาทยังได้รับแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ที่เริ่มไหลกลับเข้ามาช่วยประคองไม่ให้อ่อนค่าจนเกินไป "ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจในสายตาต่างชาติ เพราะมีเสถียรภาพทางการเมือง นโยบายการเมืองที่ต่อเนื่อง ผลตอบแทน และ เงินปันผลที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค" อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |