รมว.คลัง ยันเก็บภาษีขายหุ้นตั้งแต่บาทแรก เพื่อสร้างความเท่าเทียมด้านภาษีของคนในตลาด - นอกตลาดหุ้น ส่วนภาษี capital gain ยังไม่ได้พิจารณา คาดเริ่มเก็บภาษีขายหุ้นได้ไม่เกินกลางปี 66 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเก็บภาษีการขายหุ้นจะเริ่มเก็บตั้งแต่บาทแรก ไม่มีการยกเว้นเพดานขั้นต่ำ โดยบริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้จัดเก็บให้ ซึ่งไม่สร้างความลำบากแก่นักลงทุนเพราะโบรกเกอร์จะต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ขายหุ้นอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าการเก็บภาษีการขายหุ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเป็นกฎหมายที่มีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามีการยกเว้นการเก็บ เพื่อสนับสนุนให้ตลาดหลักทรัพย์เติบโตมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ครม.ได้อนุมัติให้ยกเลิกการยกเว้นเก็บภาษีขายหุ้นแล้ว เพื่อต้องการสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี สำหรับคนที่ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ กับคนที่ไม่ได้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะต้องเสียภาษีเหมือนกัน ซึ่งเชื่อว่าตลาดจะรับได้เพราะเรื่องนี้มีการหารือมาระยะหนึ่งแล้ว ส่วนการเก็บภาษีจากกำไรในการซื้อขายหุ้น(capital gain) ยังไม่ได้พิจารณาจัดเก็บแต่อย่างใด ขั้นตอนหลังผ่าน ครม.แล้ว จะต้องรอคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างกฎหมายนี้ก่อน หากตรวจร่างเสร็จ และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ครม.ก็จะอนุมัติร่างกฎหมายและเสนอลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยกฎหมายจะมีผลใช้ หลังจากลงประกาศในร่างกิจจานุเบกษาไปแล้ว 3 เดือน ส่วนอัตราจัดเก็บจริงจะเป็นเท่าไร หรือมีส่วนลดให้หรือไม่ ต้องรอการพิจารณาของกฤษฎีกา แต่เพดานสูงสุดที่จะเก็บได้ ต้องไม่เกิน 0.11% ของมูลค่าการขาย อย่างไรก็ตาม ครม.ได้มีมติให้ยกเว้นเก็บภาษีขายหุ้นแก่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนการออมแห่งชาติ หรือกองทุนประกันสังคม เนื่องจากเป็นกองทุนขนาดใหญ่ ที่ช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งยังเป็นการออมเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับคนส่วนใหญ่ด้วย รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า สำหรับการจัดเก็บภาษีขายหุ้น คาดจะเกิดขึ้นจริงได้ในปี 66 โดยจะเริ่มเก็บภาษีได้ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนที่ 4 นับจากที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา หรือมีระยะเวลาให้ปรับตัว 90 วัน เช่น หากประกาศราชกิจจาวันที่ 15 ก.พ.66 กฎหมายจะเริ่มเก็บในวันที่ 1 มิ.ย.66 “คลังยังได้เสนอบรรเทาผลกระทบแก่นักลงทุนในระยะเริ่มต้น โดยจะเก็บภาษีอัตรากึ่งหนึ่งของเพดานสูงสุดหรือไม่เกิน 0.055% ไปจนถึงสิ้นปี 66 เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาปรับและหลังจากนั้นในปี 67 เป็นต้นไปจึงจะจัดเก็บภาษีเต็มเพดาน 0.11% ซึ่งจะเริ่มเก็บตั้งแต่บาทแรก โดยไม่สนว่าผู้ขายจะกำไรหรือขาดทุนหรือไม่” รายงานข่าวระบุ |