โบรกฯ มองมาตรการ Free Visa ไทย-จีน มีผล 1 มี.ค. 67 เป็น Upside ต่อภาคการท่องเที่ยวไทย มองกรอบนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32-35 ล้านคน คาดเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว สนามบิน สายการบิน ร้านอาหาร อสังหาริมทรัพย์ ***บล.กรุงศรีฯ มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว สายการบิน ร้านอาหาร นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ Free Visa โดยนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศ ไทยและจีนไปกลับทั้ง 2 ประเทศไม่ต้องมีวีซ่าระหว่างกันและกันถาวร มีผลตั้งแต่ 1 มี.ค. 67 มองเป็น Upside ต่อภาคการท่องเที่ยวในปีนี้ โดยเฉพาะทิศทางจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อิง ตลาดคาดมองกรอบ 32-35 ล้านคนในปีหน้า สำหรับในเชิงกลยุทธ์บวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว สนามบิน AOT โรงแรม ERW , CENTEL , MINT และสายการบิน AAV , BA กลุ่มค้าปลีก CPALL กลุ่มร้านอาหาร AU โดยเน้นไปที่ AOT , CENTEL และ MINT คาดกำไรปีนี้ฟื้นตัวเด่น นอกจากนี้ CPALLที่มีสาขาในพื้นที่ท่องเที่ยวราว 10% จะเป็นอีกบริษัทที่มองได้ประโยชน์ทางบวก ***บล.ดาโอ คาดนักท่องเที่ยวจีนปีนี้ 5.5 ล้านคน ชี้ยกเลิกวีซ่าดันนักท่องเที่ยวสูงขึ้น บล.ดาโอ มองว่า เป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มท่องเที่ยว ตัวเลขนักท่องเที่ยวรวมปีที่ผ่านมาทำได้ที่ 28 ล้านคน ถือว่าดีกว่าที่คาดเล็กน้อยที่ 27.5 ล้านคน ขณะที่คาดจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปีนี้จะอยู่ที่ 33 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะอยู่ที่ 5.5 ล้านคน จากปี 66 ที่ 3.5 ล้านคน โดยคาดว่าการประกาศยกเลิกวีซ่าจีนมาไทยแบบถาวร อาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนอาจสูงกว่าที่คาดกว่าเดิมเล็กน้อย ทั้งนี้ มองว่า หุ้นกลุ่มโรงแรมจะได้รับผลบวกจากมาตรการนี้จากมากไปน้อยเรียงตามสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทย คือ ERW , CENTEL , MINT และ SHR ขณะที่การที่จีนจะให้ฟรีวีซ่ากับนักท่องเที่ยวไทยถาวร ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจะส่งผลดีต่อกลุ่ม Aviation คือ AAV และ AOT และกลุ่มอื่นๆที่เกี่ยวข้อง คือ BAFS อย่างไรก็ตาม ยังให้น้ำหนักการลงทุนเป็น ต่ำกว่าตลาด โดยชอบ AAV เป้าหมายราคาที่ 2.70 บาท แนะนำซื้อ ได้ประโยชน์มากสุด เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน 25% , AOT แนะนำซื้อ ให้เป้าราคาที่ 79 บาท โดยมองจำนวนผู้โดยสาร ต.ค.-ธ.ค.ที่ผ่านมา ดีขึ้นต่อเนื่อง ช่วยหนุนกำไรดีขึ้นทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสต่อไตรมาส , ERW แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 6.50 บาท เพราะมีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในไทยสูงถึง 88% และจะได้ประโยชน์จากรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนที่สูงที่สุดในกลุ่มอยู่ที่ 12% ขณะที่ MINT แนะนำซื้อ ให้เป้าหมายราคา 40 บาท จากตัวเลข RevPAR ช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.ที่ผ่านมายังเติบโตได้ดีต่อเนื่องแม้ว่ายุโรปเป็นช่วง Low season ซึ่งจะทำให้กำไรไตรมาส 4/66 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และช่วงเดียวกันของไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ***บล.เอเซีย พลัส ชี้กลุ่มท่องเที่ยว-อสังหาฯ รับประโยชน์ บล.เอเซีย พลัส มองว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นมาตรการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว และเชื่อว่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้นในระยะถัดไป โดยเฉพาะชาวจีน อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนอีกด้วย โดยมองว่า อุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ คือ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ มองกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ประโยชน์ทางอ้อมจากเปิด Free Visa ไทย-จีน เนื่องจากการเดินทางระหว่างไทย-จีนที่คล่องตัวมากขึ้น ย่อมเพิ่มโอกาสต่อธุรกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยในไทย โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียม เนื่องจากจีนถือเป็นลูกค้าหลักอันดับ 1 มีมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์คิดเป็นสัดส่วนมากสุด 47.3% ของมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติงวด 9 เดือนปี 66 ทำให้สถานะ Backlog คอนโดมิเนียม ณ ไตรมาส 3/66 อยู่ที่ประมาณ 1.55 แสนล้านบาท ที่เป็นส่วนของลูกค้าต่างชาติ สามารถโอนได้คล่องตัวขึ้น ขณะที่การระบายสต๊อกคอนโด พร้อมโอน ที่มีอยู่ 1.29 แสนล้านบาท ทำได้มากขึ้น โดยกลุ่มผู้ประกอบการที่เน้นพอร์ตคอนโด และได้รับประโยชน์จากดีมานด์ลูกค้าต่างชาติ คือ NOBLE , ANAN , SPALI , AP และ ORI ด้าน บล.ไอร่า กล่าวว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อการที่นายเศรษฐา เปิดเผยไทย-จีน จะยกเลิกการใช้วีซ่าถาวร ถือเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. นี้ มองจะช่วยกระตุ้นความคาดหวังในการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น โดยมองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว และสายการบิน เช่น AOT , AWC , ERW , SPA และ EKH ขณะที่ บล.กสิกรไทย มีมองเชิงบวกต่อการยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีน เป็นการถาวร จะช่วยหนุนการท่องเที่ยวของไทย เป็นบวกกับหุ้นในกลุ่ม ท่องเที่ยว ค้าปลีก ห้าง และขนส่ง ขณะเดียวกัน มองว่า นโยบายดังกล่าวจะส่งผลบวกทางอ้อมต่อกลุ่มนิคม กลุ่มโรงเรียนนานาชาติ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ จากความสะดวกในการเดินทางมาติดต่อธุรกิจ การศึกษา และการเข้ามาอยู่อาศัย ส่วน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวจะได้ประโยชน์โดยตรงจากมาตรการดังกล่าว โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์ เช่น AOT , AAV , ADAVNC และ ERW แต่เมื่อวานปรับตัวขึ้น ไประดับหนึ่ง ดังนั้นรอซื้อช่วงปรับตัวลง |