SCC มั่นใจรายได้ปีนี้โตกว่าปีก่อน รับราคาขายธุรกิจเคมิคอลส์และปริมาณขายธุรกิจแพคเกจจิ้งพุ่งขึ้น ด้าน Adjusted Cash EBITDA คาดสูงกว่าเป้าที่ 5.5 หมื่นลบ. หลังครึ่งปีแรกทำได้แล้วกว่า 4.2 หมื่นลบ. แย้มครึ่งปีหลังยังท้าทายสูงจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่มั่นใจรับมือได้อย่างเข้มแข็ง มุ่งเน้นเรื่องวินัยและเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมคาดแผนศึกษาร่วมทุน PTTGC ชัดเจนภายใน ก.ย.นี้ นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยภายในงานแถลงข่าว "ผลประกอบการเอสซีจี ประจำไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 69" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ แนวโน้มธุรกิจปี 69 มั่นใจรายได้ทั้งปี 69 จะเติบโตกว่าปีก่อนที่ระดับ 516,954 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายของธุรกิจเคมิคอลส์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณการขาย (วอลุ่ม) ของธุรกิจแพคเกจจิ้งที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเอสซีจีมีรายได้จากการขาย 259,570 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 17,758 ล้านบาท ทั้งนี้หากไม่รวมรายการพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือจะมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 12,649 ล้านบาท ด้าน Adjusted Cash EBITDA (กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่า และรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด) ปีนี้มีแนวโน้มจะสูงกว่าปีก่อนและเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 55,000 ล้านบาท หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสามารถทำได้แล้วประมาณ 42,913 ล้านบาท มองทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังปี 69 ยังท้าทายสูงจากความไม่แน่นอนของความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะในตะวันออกกลางซึ่งมีแนวโน้มลุกลาม การแข่งขันด้านราคาสินค้าที่รุนแรง เงินเฟ้อ และต้นทุนพลังงานผันผวน แต่เอสซีจีมั่นใจว่าจะรับมือได้อย่างเข้มแข็ง ด้วยกลยุทธ์ที่ดำเนินไปแล้วและพร้อมเดินหน้าต่อ พร้อมเชื่อมั่นว่า Adjusted Cash EBITDA ทั้งปีนี้จะดีกว่าปี 68 สามารถดูแลผู้ถือหุ้นทุกคนตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้ต่อเนื่อง "สถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลัง มองปัญหาในตะวันออกกลางแล้วไม่ค่อยดีและน่าจะหนักกว่าช่วงครึ่งปีแรก เพราะสถานการณ์ลุกลามไปถึงทะเลแดง แต่ยังมีทางออกไม่ได้ถึงกลับขนาดปิดล็อคหมด อย่างไรก็ตามขออย่างเดียวอย่าให้เป็นรูปแบบ Total War ในตะวันออกกลาง ซึ่งอันนี้คือความเสี่ยง" นายธรรมศักดิ์ กล่าว แนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่า คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้น หากมีการแลกเปลี่ยนค่าเงินกลับมา เนื่องจากปัจจุบันเอสซีจีมีสัดส่วนส่งออกกว่า 40% คงงบลงทุน 3 หมื่นลบ. - มุ่งเน้นรักษาวินัยและเสถียรภาพทางการเงิน คงงบลงทุนปีนี้ไว้ที่ระดับ 30,000 ล้านบาท หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาใช้เงินลงทุนไปแล้วประมาณ 11,064 ล้านบาท ในการลงทุนโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ที่ประเทศเวียดนาม และโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตต่างๆ ด้านฐานะการเงินของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเน้นย้ำเรื่องวินัยและเสถียรภาพทางการเงินอยู่ โดยอยากเห็นภาระหนี้สินสุทธิลดลงต่อจากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.3 แสนล้านบาท ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/69 มีหนี้สินสุทธิลดลง 39,176 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงอยู่ที่ 3.7 เท่า จากเดิมที่ระดับ 5.0 เท่า และมีเงินสดคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็น 76,775 ล้านบาท ส่วนปีหน้าเอสซีจียังคงเร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยกลยุทธ์ระยะกลาง อาทิ ผลักดันโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม การร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่ การบริหารฐานผลิตอาเซียน การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ และการนำหุ่นยนต์ - AIมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งจะแล้วเสร็จในปลายปี 70 มั่นใจว่าจะทำให้เอสซีจีเติบโตยั่งยืนแน่นอน ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC กล่าวว่ากรณีสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมารุนแรง ซึ่งกระทบต่อราคาน้ำมันและราคาแนฟทาให้ปรับตัวสูงขึ้นนั้น มองว่าคงต้องดูแลเรื่องต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างใกล้ชิดกับสินค้าที่บริษัทต้องขายออกไป ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการระมัดระวังเรื่องจำนวนการผลิตและการควบคุมต้นทุนให้เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้นที่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปได้ รวมถึงขยายตลาดที่เขารับราคาสินค้าที่สูงขึ้นได้ ส่วนความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม ซึ่งอยู่ระหว่างการหยุดเดินเครื่องชั่วคราว โดยล่าสุดการก่อสร้างถังเก็บอีเทนมีความคืบหน้ากว่า 60% ให้พร้อมเริ่มดำเนินการปลายปี 70 ตามแผน นอกจากสำหรับการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง PTTGC และ SCGC ยังอยู่ระหว่างเร่งศึกษาความเป็นไปได้อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของผลการศึกษาได้ภายในช่วงปลายเดือน ก.ย.69 ว่าจะมีการเอาทรัพย์สินที่คล้ายกันมาจัดตั้งบริษัทร่วมทุนหรือไม่ ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |