BKIH เผยผลดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 กำไรสุทธิรวม 2,427.0 ล้านบาท เติบโต 56.6% จากรายได้การลงทุนสุทธิที่พุ่งสูงถึง 63.9% บอร์ดสั่งจ่ายปันผลไตรมาส 2 อีกหุ้นละ 4.50 บาท เตรียมรับเงิน 4 ก.ย. 69 ขณะที่บริษัทย่อย BKI กวาดกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกไปกว่า 2,344.6 ล้านบาท ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เผยผลการดำเนินงานของ BKIH ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569(เม.ย.-มิ.ย.) มีกำไรสุทธิ 1,273.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.2% คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 11.96 บาท สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) มีรายได้จากการประกันภัย 15,667.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ลดลง 0.4% มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,485.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.9% และ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,427.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.6% คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 22.81 บาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการของไตรมาสที่ 2 ปี 2569 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท ในวันที่ 4 กันยายน 2569 และ เมื่อรวมกับเงินปันผลของไตรมาสที่ 1 เท่ากับจ่ายเงินปันผล 6 เดือนแรกของปี 2569 ให้แก่ผู้ถือหุ้น 13.50 บาทต่อหุ้น ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569(เม.ย.-มิ.ย.) มีรายได้จากการประกันภัย 7,464.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ลดลง 1.7% และ มีค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยสุทธิ 6,377.9 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย 1,086.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สำหรับรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 472.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,528.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 1,267.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.3% คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 11.91 บาท โดยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 กรุงเทพประกันภัย มีรายได้จากการประกันภัย 15,667.8 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ลดลง 0.4% และ มีรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 1,402.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.0% โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นแล้วทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 2,768.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.3% และ เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 2,344.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.8% คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 22.02 บาท "บีเคไอ โฮลดิ้งส์ และ กรุงเทพประกันภัย มุ่งมั่นเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรในทุกด้าน พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และ การกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน และ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และ ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังคงมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเพื่อสร้างคุณค่า และ พัฒนาสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน"ดร.อภิสิทธิ์ กล่าว ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |