“จงหวาดกลัวในวันที่คนอื่นโลภ และจงโลภในวันที่คนอื่นหวาดกลัว” Warren Buffet ความหวาดกลัว และความโลภ เป็นสิ่งที่อยู่เคียงคู่กับมนุษย์มานานแสนนาน ผู้คนต่างแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันโดยมีความหวาดกลัว และความโลภนี้ ชักจูงอยู่เบื้องหลัง ในโลกแห่งการลงทุนก็เฉกเช่นเดียวกัน ทฤษฎีกล่าวว่าเราสามารถนำความหวาดกลัวและความโลภ มาสร้างผลประโยชน์หรือเม็ดเงินให้กับตนเองได้ ดังนั้น การที่เราได้รู้ถึงความหวาดกลัว และความโลภของคนอื่นๆได้ ก็คงจะมีประโยชน์มิใช่น้อย พวกเราเหล่านักลงทุนทั้งหลาย ก็คงจะเคยได้เห็นถึงชื่อดัชนีตัวหนึ่ง ซึ่งมีหน้าตาคล้ายๆ กับเข็มไมล์รถยนต์ พร้อมกับคำว่า Greed และ Fear อยู่ข้างๆ นั่นแหละครับ นั่นคือ Fear & Greed Index โดย Fear & Greed Index เป็นดัชนีที่จะช่วยบอกเราว่า ณ ขณะนั้น อารมณ์ของตลาดเป็นอย่างไร โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งใหญ่ๆ ตามชื่อของมันเลยว่า Fear (หวาดกลัว) หรือ Greed (โลภ) โดยมี Neutral (เป็นกลาง) อยู่ตรงกลาง ซึ่งแต่ละฝั่งก็จะแบ่งออกไปอีก 2 ระดับอีก คือ Fear (หวาดกลัว) และ Extreame Fear (หวาดกลัวอย่างมาก) และเช่นเดียวกันในฝั่ง Greed คือจะมี Greed (โลภ) และ Extreame Greed (โลภอย่างมาก) รวมถึงจะมีตัวเลขประกอบอยู่ด้วย ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เลข 0-100 ซึ่ง 0 คือสุดเข็มไมล์ฝั่ง Fear และ 100 คือสุดเข็มฝั่ง Greed โดยอย่างที่หลายๆ ท่านทราบกันดี Fear & Greed Index เริ่มต้นใช้งานมาก่อนในตลาดหุ้น ถูกคิดค้นโดยสำนักข่าวชื่อดังอย่าง CNN เพื่อที่จะนำมาวัดความ Fear และความ Greed ของดัชนี S&P500 ในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยหลังจากนั้นก็ได้ถูกนำเข้ามาใช้กับดัชนีอื่นๆอีกมากมาย และแน่นอนครับ มันก็รวมไปถึง “ตลาดคริปโท” ด้วยเช่นกัน สำหรับตลาดคริปโทเคอร์เรนซีนั้นอาจจะแตกต่างจากดัชนีหุ้น หรือตลาดอื่นๆ อยู่บ้าง เนื่องจาก Fear & Greed Index ของคริปโทนั้นโดยปกติจะอ้างอิงจากข้อมูลในเว็บไซต์ alternative.me และจะมีวิธีการคำนวนค่อนข้างแตกต่างจากของ S&P500 และดัชนีอื่นๆ สำหรับ Fear & Greed Index ของเว็บไซต์alternative.me จะมีการคำนวนสำหรับ “Bitcoin เท่านั้น” ซึ่งไม่รวมถึง Altcoin อื่นๆ แต่ทางหน้าเว็บไซต์ก็ได้กล่าวว่า สำหรับเหรียญยักษ์ใหญ่อื่นๆ อาจจะมีการคำนวนเป็น Index แยกออกมาในอนาคต โดยจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบวันต่อวัน โดยมีการคำนวนจากปัจจัยต่างๆ 6 ปัจจัย ดังนี้ 1.Volatility - ความผันผวน (25 %) จะมีการคำนวนความผันผวนของราคาปัจจุบัน กับราคาเฉลี่ยในอดีต 30 วัน และ 60 วัน โดยยิ่งความผันผวนมากเท่าไร ยิ่งทำให้ค่า Fear มากยิ่งขึ้นเท่านั้น 2.Market Momentum/Volume – โมเมนตัม และ วอลลุ่ม (25%) คำนวนจากโมเมนตัมหรือแรงเหวียงของราคา รวมถึงปริมาณการซื้อขายด้วย โดยมีการนำมาคำนวนกับค่าเฉลี่ย 30 วัน และ 90 วัน เช่นเดียวกันความผันผวน โดยยิ่งปริมาณการซื้อเยอะในวันนั้นๆ ค่า Greed ก็จะเพิ่มขึ้น 3.Social Media – โซเชียลมีเดียร์ (15%) ทาง alternative.me จะมีระบบเก็บรวมรวมข้อมูลบน Twitter โดยจะมีการนับจำนวนโพสต์จาก Hastag (#) ของแต่ละเหรียญ (และแน่นอน ในขณะนี้ก็มีแต่ Bitcoin) และวิเคราะห์จากความรวดเร็ว และจำนวนของการตอบสนองในรูปแบบต่างๆ ในช่วงระยะเวลาแต่ละ Time frame โดยถ้าหากมีพบการตอบสนองที่ผิดแปลกไปจากปกติ ทำให้เหรียญได้รับการสนใจเพิ่มมากยิ่งขึ้น ค่า Greed ก็จะเพิ่มขึ้น 4.Surveys – รวบรวมความคิดเห็น (15%) หยุดใช้ชั่วคราว ได้มีการร่วมมือกับ strawpoll.com เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากนักเทรดคริปโท และบุคคลทั่วไป ในรอบสัปดาห์ แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรจึงได้หยุดนำมาคำนวนไปก่อนในขณะนี้ 5.Dominance – การครองตลาด (10%) สำหรับ % การครองตลาดของ Bitcoin ก็ได้ถูกนำเข้ามาคำนวนด้วยเช่นเดียวกัน โดยมีหลักการว่า Bitcoin นั้นเป็น Safe Zone ให้กับนักลงเทรดคริปโททั้งหลาย ดังนั้นเมื่อการครองตลาดของ Bitcoin เพิ่มขึ้น ก็หมายความว่า Fear เพิ่มขึ้น และเช่นเดียวกัน เมื่อการครองตลาดของ Bitcoin ลดลง ก็หมายความว่า Fear ลงลง 6.Trends - แนวโน้ม (10%) ได้มีการดึงข้อมูลการค้นหาจาก Google สำหรับคำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin และคริปโท ซึ่งแน่นอน ยิ่งมีปริมาณการค้นหามากเท่าไร ก็แสดงว่าค่า Greed จะเพิ่มขึ้น สุดท้ายนี้ สำหรับ Fear & Greed Index นั้นเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับเป็นแนวทางประกอบการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช้การชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด ดังนั้น เหล่านักลงทุนควรจะมองถึงปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย และต้องระลึกไว้เสมอว่า Fear & Greed Index เป็นเครื่องมือสำหรับบอกความ Greed และ Fear ของตลาดเท่านั้น ไม่ใช่เป็นเครื่องมือที่ทำให้คุณเกิดความ Greed หรือความ Fear ไปเสียเอง แปลโดย : พงศภัค รจนา ที่มา : alternative.me |