บล.ดาโอ มองความร่วมมือ OR กับ Minor Food ขยาย 4 แบรนด์ร้านอาหาร สู่เครือข่าย PTT Station กว่า 150 แห่งภายในปี 2573 สอดรับกลยุทธ์สร้าง OR Ecosystem มองแม้ผลบวกต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด แต่คาดหนุนการเติบโตธุรกิจไลฟ์สไตล์ในระยะยาว พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 15 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DAOL เปิดเผยว่า จากกรณีวานนี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมกับบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ Minor Food ลงนามสัญญาพันธมิตรเพื่อขยายสาขา โดยมีเป้าหมายยกระดับเครือข่ายสถานีบริการ PTT Station และพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ OR สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและไลฟ์สไตล์
โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว OR และ Minor Food จะร่วมกันขยายร้านอาหารจำนวน 4 แบรนด์ ได้แก่ The Pizza Company, Dairy Queen, The Steak & More และ Chiho Ramen ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ที่ Minor Food พัฒนาขึ้นสำหรับความร่วมมือครั้งนี้
ทั้งนี้ร้านอาหารทั้ง 4 แบรนด์จะทยอยเปิดให้บริการผ่านเครือข่าย PTT Station และพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ OR ทั่วประเทศ โดยทั้งสองบริษัทตั้งเป้าขยายสาขารวมมากกว่า 150 แห่งภายในปี 2030 ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจอาหารของ OR อยู่ภายใต้บริษัท ฟู้ดเดลลัส จำกัด (Foodellus) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นบริษัทหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจอาหาร
ซึ่ง OR วางแผนลงทุนมากกว่า 2,000 ล้านบาทภายในปี 2573 เพื่อสร้างธุรกิจอาหารให้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ในระยะยาว (ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ, ข่าวหุ้นธุรกิจ)
ดาโอ มองผลบวกเชิงกลยุทธ์ กำไรเพิ่มราว 70-140 ลบ. แนะซื้อเป้าหมาย 15 บ.
บล.ดาโอ มีมุมมองเป็นกลางจากข่าวนี้ต่อผลประกอบการของ OR โดยเรามองว่าแผนการขยายแบรนด์นี้เป็นไปตามกลยุทธ์ของ OR ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศน์ (OR Ecosystem) ในระยะยาว
อย่างไรก็ดี จากสมมติฐานเบื้องต้นของเราคิดบนรายได้ 10-15 ล้านบาทต่อสาขาภายในปี 2573, อัตรากำไรสุทธิ 5%-6%, และ OR ถือสัดส่วนการลงทุน 100% แผนนี้จะสร้างกำไรสุทธิที่เป็นไปได้ในช่วง 70-140 ล้านบาท (คิดเป็น 0.6%-1.2% ของประมาณการกำไรปกติปี 2569 )
ทั้งนี้ สำหรับภาพระยะสั้น เราเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต่อลิตร (GP/litre) ของ OR จะฟื้นตัวเทียบไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ในไตรมาส 2/69 ตาม
1. แนวโน้มค่าการตลาด (marketing margin) ที่ดีขึ้นและผลขาดทุนที่ลดลงของน้ำมันอากาศยาน (jet fuel) 2. ผลขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน (hedging loss) ที่น้อยลง
ทั้งนี้ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 11,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เทียบปีก่อน (YoY) โดยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายที่ 15.00 บาท อิง 2569 PER ที่ 18.7x (ประมาณ -0.9SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER 5 ปีย้อนหลัง)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|