BCH ลุยขยายโรงพยาบาล รับดีมานด์ผู้ป่วยในประเทศและเพื่อนบ้าน เตรียมเปิดอาคารใหม่ เกษมราษฎร์ แม่สาย ก.ย.นี้ พร้อมเข้าบริหาร เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อุบลราชธานี 1 ก.ย.ใช้งบไม่เกิน 490 ลบ.เจาะฐานผู้ป่วยภาคอีสานใต้–สปป.ลาว เดินหน้าสร้าง รพ.ใหม่ระยอง–สุวรรณภูมิ รวม 540 เตียง นางสาววิมลมาลย์ กฤษณะกลิน รองผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท บางกอกเชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยในงาน Earnings Call โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ บริษัทเดินหน้าขยายเครือข่ายโรงพยาบาลและเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ รองรับความต้องการของผู้ป่วยทั้งในประเทศและต่างชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่มีโอกาสเติบโตสูง ในเดือนกันยายนนี้ เตรียมเปิดอาคารแห่งใหม่ของ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย จ.เชียงราย เพิ่มบริการ OPD ห้องฉุกเฉิน ศูนย์กุมารเวช ศูนย์ทันตกรรม และเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยใน พร้อมวางโครงข่ายให้โรงพยาบาลเด็กบ้านแม่สายและคลินิกเกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์ สาขาเชียงแสน เป็นจุดคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยที่ต้องรักษาเฉพาะทางมายังโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์ มองว่าพื้นที่แม่สายยังมีศักยภาพจากจำนวนผู้เดินทางข้ามพรมแดน และแรงงานต่างชาติ โดยส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา รวมถึงโอกาสขยายฐานผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม อัปเกรด รพ.เดิม–เดินหน้า 2 รพ.ใหม่ BCH ยังเดินหน้าปรับปรุงโรงพยาบาลเดิม ได้แก่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง ซึ่งอยู่ระหว่างยื่นขอ EIA พร้อมแผนเพิ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและอาคารจอดรถ 700 คัน ส่วน โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ เตรียมก่อสร้างอาคารใหม่สูง 14 ชั้น เพิ่มจำนวนเตียงจาก 119 เตียง เป็น 220 เตียง พร้อมศูนย์การแพทย์เฉพาะทางครบวงจร บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง ขนาดแห่งละ 270 เตียง ได้แก่ เกษมราษฎร์ ระยอง คาดเปิดให้บริการไตรมาส 4/2570 และ เกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ คาดเปิดให้บริการไตรมาส 1/2571 รองรับทั้งผู้ป่วยเงินสดและผู้ประกันตน ทุ่ม 490 ลบ. ซื้อ รพ.อุบลฯ เจาะตลาด สปป.ลาว อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการขยายเข้าสู่ภาคอีสาน ผ่านการเข้าซื้อกิจการ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อุบลราชธานี ด้วยงบลงทุนไม่เกิน 490 ล้านบาท ในรูปแบบการซื้อเฉพาะทรัพย์สิน (Asset Acquisition) และเริ่มดำเนินกิจการวันที่ 1 กันยายน 2569 การลงทุนดังกล่าวมุ่งขยายฐานผู้ป่วยในอุบลราชธานี รวมถึงรองรับผู้ป่วยจากตอนใต้ของ สปป.ลาว ผ่านศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์ศัลยกรรมระบบประสาทและสมอง ศูนย์หัวใจ และศูนย์ไตเทียม ส่องกล้อง BCH : สรุปปัจจัยบวก-ปัจจัยลบ BCH โบรกฯ เคาะราคาเป้าหมาย 12.00 - 14.00 บาท สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14 ส.ค. 69 คำแนะนำและราคาเป้าหมาย | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 14.00 บาท | | บล.โกลเบล็ก | ซื้อ | 12.80 บาท | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 12.50 บาท | | บล.กรุงศรี | Buy (ซื้อ) | 12.00 บาท | | บล.เอเซียพลัส | เก็งกำไร | 12.00 บาท |
สรุปปัจจัยบวก แนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลัง (2H69 / 2H26F) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก (HoH / 1H26) จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจโรงพยาบาล และฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปกติช่วยหนุนผู้ป่วยโรคตามฤดูกาล (บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส) มีโอกาสได้ประโยชน์และเป็น Upside ต่อประมาณการกำไร หากประกันสังคม (SSO) มีการปรับเพิ่มอัตราค่าบริการทางการแพทย์/ค่าเหมาจ่ายรายหัว (Capitation rate) ซึ่ง BCH มีสัดส่วนรายได้จากประกันสังคม 35% (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.โกลเบล็ก) การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง (UAE, กาตาร์, ซาอุฯ) หลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอนและสถานการณ์ผ่อนคลาย รวมถึงกลุ่มเมียนมาร์และ EXPAT อเมริกันที่ยังเติบโตดี (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) กำไรสุทธิ 2Q69 / 2Q26 อยู่ที่ 343 ล้านบาท (-11.6% ถึง -12% YoY, +28% ถึง +28.2% QoQ) ซึ่งใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส) ได้รับแรงหนุนจากการรับรู้รายได้ภาระเสี่ยง 26 โรคเรื้อรัง (RW<2) จำนวน 71 ล้านบาท ในไตรมาส 2/69 (บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส) อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ใน 2Q69 ฟื้นตัวขึ้น QoQ มาอยู่ที่ 28.7% จาก 26.2% ใน 1Q69 (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) สัดส่วน SG&A/Sales บริหารจัดการได้ดีขึ้น ลดลงเหลือ 13.6% ใน 2Q69 จาก 14.0% ใน 1Q69 เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสและค่าซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์สูงเหมือนไตรมาสก่อน (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.35 บาท/หุ้น (เงินปันผลจากการดำเนินงาน 0.15 บาท และเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาท) คิดเป็น Yield 3% ถึง 3.15% (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ส.ค. 69) (บล.เคจีไอ, บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส) เริ่มเห็นการฟื้นตัวของรายได้และ Margin จาก Intensity ค่ารักษาตามความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น (บล.กรุงศรี) การเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยประกันสังคมเพิ่มขึ้น 4% จากการให้บริการรักษาที่เพิ่มขึ้น (บล.โกลเบล็ก) ด้าน Valuation ปัจจุบันราคาหุ้นไม่แพง ซื้อขายที่ระดับ PE เพียง 21.9x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม 5 ปีที่ราว 30-35x (บล.โกลเบล็ก) ไตรมาส 3/69 จะเป็นไตรมาสแรกที่ไม่มีผลกระทบจากฐานผู้ป่วยกัมพูชาที่หายไปตั้งแต่กลางปี 2568 (บล.เอเซียพลัส) บริษัทอนุมัติเข้าซื้อสินทรัพย์ "รพ.ราชเวชอุบลฯ" ไม่เกิน 490 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายใน ส.ค. (บล.เอเซียพลัส)
สรุปปัจจัยลบ กำไรสุทธิ 2Q69 / 2Q26 ลดลง YoY โดยอยู่ที่ 343 ล้านบาท (ลดลง 11.6% ถึง 12% YoY) (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ, บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส) กำไรสุทธิช่วง 1H69 อยู่ที่ 611 ล้านบาท ลดลง 14% YoY (บล.โกลเบล็ก) รายได้ผู้ป่วยไทยเงินสดชะลอตัวลง สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ กำลังซื้อลดลง และรายได้ศูนย์ความงาม "KPS" ลดลงหลังปรับสู่แนวทางรักษาแบบไม่ผ่าตัด (บล.เคจีไอ, บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส) การไม่มีโรคระบาดตามฤดูกาล (เช่น ไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออก) ในช่วง 2Q69 ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 1.3% YoY อยู่ที่ 2.98 พันล้านบาท ถึง 3.045 พันล้านบาท (บล.เคจีไอ, บล.โกลเบล็ก, บล.เอเซียพลัส) อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) 2Q69 ลดลง YoY มาอยู่ที่ 28.7% จาก 30.1% ใน 2Q68 เนื่องจากสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยไทยเงินสดที่มีมาร์จิ้นสูงลดลง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการขยายศักยภาพการให้บริการ (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) สัดส่วน SG&A/Sales ใน 2Q69 เพิ่มขึ้น YoY มาอยู่ที่ 13.6% จาก 13.3% ใน 2Q68 จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นในขณะที่รายได้ค่อนข้างทรงตัว (บล.เคจีไอ) รายได้ผู้ป่วยทั่วไปหดตัว 4% YoY จากกลุ่มผู้ป่วยกัมพูชาที่หายไป (บล.โกลเบล็ก) อัตรา %EBITDA ใน 2Q69 อยู่ที่ 24.9% อ่อนลงเมื่อเทียบกับ 2Q68 ที่ 26% จากค่าธรรมเนียมแพทย์ ค่าใช้จ่ายบุคลากร ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ (บล.โกลเบล็ก) ผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนที่กดดัน รพ.KH อรัญฯ (บล.เอเซียพลัส) ราคาหุ้นมี Upside จากราคาเหมาะสมค่อนข้างจำกัด จึงให้คำแนะนำเพียง "เก็งกำไร" (บล.เอเซียพลัส) ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง ได้แก่ การชำระเงินของ SSO, ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทยรอบใหม่ และการเกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่ (บล.เคจีไอ)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|