สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14 ส.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.โกลเบล็ก | ซื้อ | 29.70 บาท | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 29.20 บาท | | บล.กรุงศรี | Buy | 25.00 บาท | | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | ซื้อ | 24.10 บาท | | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 23.00 บาท | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 23.00 บาท | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | ซื้อ | 26.00 บาท |
สรุปปัจจัยบวก + คาดการณ์ผลประกอบการครึ่งปีหลัง (2H69) ฟื้นตัวชัดเจน: มีแนวโน้มฟื้นตัวทั้ง HoH, QoQ และ YoY จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจโรงพยาบาล, การกลับมาของผู้ป่วยตะวันออกกลาง และฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในปีก่อน (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.โกลเบล็ก, บล.ทิสโก้)
+ โมเมนตัมรายได้ช่วงเริ่มต้น 3Q69 เติบโตดี: รายได้เดือน ก.ค. เติบโต 5% YoY และช่วง ก.ค.-ต้น ส.ค. เติบโตระดับ High Single Digit YoY (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส) + รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยยังเติบโต: รายได้ผู้ป่วยไทยเติบโต 2% YoY หนุนโดยการรักษาโรคซับซ้อน และการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 ที่มาเร็วกว่าปกติ (บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.โกลเบล็ก, บล.ทิสโก้) + ผู้ป่วยต่างชาติกลุ่มหลักอื่นๆ ยังแข็งแกร่ง: หากไม่รวมตลาดกัมพูชาและตะวันออกกลาง รายได้ผู้ป่วยต่างชาติเติบโตถึง 10% YoY หนุนโดยผู้ป่วยเมียนมาร์ (+42% YoY), สหรัฐฯ (+23% YoY) และออสเตรเลีย (+17% YoY) (บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.โกลเบล็ก, บล.ทิสโก้) + ระดับราคาและ Valuation ปัจจุบันน่าสนใจ: ซื้อขายที่ระดับ PE เพียง 18-20 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มย้อนหลัง และมีอัพไซด์จากราคาเหมาะสม (บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี, บล.โกลเบล็ก) + มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและรายได้อื่นหนุน: ได้รับเงินชดเชยประกันภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ 90 ล้านบาท (กำไรสุทธิหลังหักภาษี 72 ล้านบาท) รวมถึงโครงการ WellEra และ Wellness Ecosystem ช่วยหนุนการเติบโตระยะกลาง-ยาว (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.โกลเบล็ก, บล.ทิสโก้) + สถานะเป็นหุ้น Defensive Growth: มี ROE และแนวโน้มเงินปันผลเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินลดลงจากการทยอยชำระหนี้ (บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี) สรุปปัจจัยลบ - ผลประกอบการ 2Q69 อ่อนตัวและต่ำกว่าคาด: กำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 3,248 ล้านบาท (-20% QoQ, -7% YoY) และกำไรปกติอยู่ที่ 3,176 ล้านบาท (-21.7% QoQ, -9.0% YoY) ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ราว 3 - 10% (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.โกลเบล็ก, บล.ทิสโก้) - แรงกดดันจากค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่สูงขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) สูงกว่าคาด (+6% QoQ คิดเป็น 5,480 ล้านบาท หรือ 19.9% ของรายได้) พร้อมด้วยต้นทุนค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าแพทย์ และค่าเสื่อมราคาจากการขยายเตียง/เปิดอาคารใหม่ (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.โกลเบล็ก, บล.ทิสโก้) - อัตราการทำกำไรลดลง: EBITDA Margin ลดลงมาอยู่ที่ 22.0% (เทียบกับ 22.6% ใน 2Q68 และ 24.6% ใน 1Q69) และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเหลือ 35.0% จากสัดส่วนผู้ป่วยไทยที่มี margin ต่ำกว่าเพิ่มขึ้น (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.โกลเบล็ก, บล.ทิสโก้) - รายได้ผู้ป่วยต่างชาติบางกลุ่มหดตัว: รายได้ผู้ป่วยกัมพูชาลดลง 67% YoY จากปัญหาความขัดแย้งชายแดน และกลุ่มตะวันออกกลางลดลง 24% YoY จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.โกลเบล็ก, บล.ทิสโก้) - อัตราการครองเตียงลดลง: อัตราการครองเตียงปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 55% (จาก 60% ใน 1Q69 และ 61% ใน 2Q68) ตามจำนวนผู้ป่วยในที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (บล.ทรีนีตี้) - ภาระภาษีเพิ่มขึ้น: อัตราภาษีจ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 19.8% เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ทยอยหมดอายุ (บล.เอเซีย พลัส) - การปรับลดประมาณการกำไร: โบรกเกอร์บางแห่งเตรียมหรือได้ทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีลง เนื่องจากกำไรช่วง 1H69 คิดเป็นเพียง 44 - 46% ของประมาณการทั้งปี (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี, บล.โกลเบล็ก) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |