KTC อวดกำไรไตรมาส 3/2569 เพิ่ม 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท กำไร 9 เดือน 6,521 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโต 4.7% คุม NPL รวม 1.92% จ่อเตรียมขยายประกันออนไลน์ คาดได้รับอนุมัติภายในไตรมาส 4/2569 บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 2,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 6,521 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและควบคุมคุณภาพสินเชื่อ ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและกำลังซื้อภาคครัวเรือนยังเปราะบาง นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า KTC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 2,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 6,521 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและควบคุมคุณภาพสินเชื่อ ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและกำลังซื้อภาคครัวเรือนยังเปราะบาง ภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในระดับต่ำ ภาระหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายและการก่อหนี้ใหม่ ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่มยังมีความเปราะบาง ผู้ประกอบการสินเชื่อจึงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์และการบริหารความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม KTC ยังรักษาส่วนแบ่งตลาดในผลิตภัณฑ์หลักได้ โดยข้อมูล 8 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้สินเชื่อบุคคล 4.2% ส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้บัตรเครดิตเพิ่มจาก 14.5% เป็น 14.6% และส่วนแบ่งตลาดยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มจาก 13.1% เป็น 13.3% ทั้งนี้ ไตรมาส 3/2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 6,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1.1% และรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 2.0% เหลือ 4,256 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 16.4% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 1.2% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 35.3% ลดลงจาก 35.8% ในปีก่อน ส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% แต่สำหรับงวด 9 เดือนลดลง 8.9% เหลือ 4,155 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 9 เดือนโต 4.7% สินเชื่อรวม 1.08 แสนล้าน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2569 KTC มีฐานสมาชิกรวม 3.87 ล้านบัญชี และมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 107,717 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบัตรเครดิต มีสมาชิก 3.16 ล้านบัตร เพิ่มขึ้น 8.8% มีสินเชื่อคงค้าง 70,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% และ NPL อยู่ที่ 1.21% ส่วนสินเชื่อบุคคลมีสมาชิก 710,442 บัญชี เพิ่มขึ้น 0.8% มีสินเชื่อคงค้าง 36,533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% และ NPL อยู่ที่ 2.65% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต: 9 เดือนมีมูลค่า 229,884 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) รวมอยู่ที่ 1.92% สำหรับพอร์ตลูกหนี้ตามสัญญาเช่าอยู่ที่ 1,130 ล้านบาท ลดลง 30.6% ตามนโยบายหยุดปล่อยสินเชื่อประเภทดังกล่าวตั้งแต่เดือน ส.ค. 2566 และมุ่งติดตามหนี้พร้อมบริหารคุณภาพพอร์ตเดิม สภาพคล่องแกร่ง รับมือหนี้ครบกำหนด 9.13 พันล้าน ด้านสภาพคล่อง กลุ่มบริษัทมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 19,880 ล้านบาท ขณะที่หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนดชำระในช่วงที่เหลือของไตรมาส 4/2569 มีจำนวน 9,130 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินสำหรับงวด 9 เดือนลดลงเหลือ 2.62% จาก 2.93% ในช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินอยู่ที่ 1,085 ล้านบาท ลดลง 16.2% จากปีก่อน สะท้อนการบริหารต้นทุนเงินทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดและการเติบโตของสินเชื่อ เตรียมขยายประกันออนไลน์-จับมือ SAM ช่วยลูกหนี้ KTC อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเพื่อขอขึ้นทะเบียนกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัย คาดว่าจะได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลภายในไตรมาส 4/2569 เพื่อเพิ่มช่องทางเสนอขายกรมธรรม์ผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 บริษัทเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท วินเพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านติดตามหนี้และเข้ามาเป็นบริษัทย่อย เพื่อสนับสนุนการบริหารต้นทุนและสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกับกลุ่มธนาคารกรุงไทย ด้านการช่วยเหลือลูกหนี้ บริษัทเข้าร่วมโครงการเทียบเท่าคลินิกแก้หนี้ by SAM ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2569 เพื่อช่วยลูกหนี้รายย่อยจัดการปัญหาหนี้อย่างเป็นระบบ ขณะที่การปรับลดค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดผ่านบัตรเครดิตจาก 3% เหลือ 2.5% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทระบุว่าจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์สมาชิกมากขึ้น พร้อมยกระดับองค์กรสู่ดิจิทัล ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและดูแลคุณภาพสินทรัพย์ เพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ . |