ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เผชิญแรงกดดันจากความผันผวนที่เพิ่มขึ้น หลังเปิดตัวกองทุน Leveraged ETF อิงหุ้นรายตัวเมื่อเดือนพ.ค. ซึ่งให้อัตราทดผลตอบแทนรายวัน 2 เท่าของหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix แม้จะช่วยกระตุ้นกระแสลงทุนในช่วงแรก แต่ปัจจุบันกลับถูกวิจารณ์ว่าเป็นตัวเร่งความผันผวนของหุ้นกลุ่ม AI ส่งผลให้ดัชนี Kospi ร่วงไปแล้ว 25% จากจุดสูงสุดในเดือนมิ.ย. ความผันผวนที่เกิดขึ้นสร้างความท้าทายต่อนโยบายของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งเคยประกาศในการหาเสียงว่าจะยกระดับมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นและผลักดันให้เกาหลีใต้เป็นศูนย์กลางการลงทุนระดับโลก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีลักษณะของการเก็งกำไรมากขึ้น และเริ่มถูกเปรียบเปรยว่าไม่ต่างอะไรจากบ่อนคาสิโน หลังผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ใช้เลเวอเรจได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว หุ้นชิปโลกอ่อนแรง ซ้ำเติมตลาดเกาหลีใต้ ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ก.ค.) หุ้นกลุ่มชิปทั่วโลกปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นที่ได้รับความนิยมสูง พร้อมประเมินผลกระทบจากโมเดล “Moonshot” โมเดล AI รุ่นใหม่ของจีน ทำให้ตลาดย้อนนึกถึงแรงสั่นสะเทือนจาก DeepSeek เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับอุปสงค์ในอนาคตของชิปประสิทธิภาพสูง และเพิ่มความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อาจเผชิญการปรับฐานที่รุนแรงยิ่งขึ้น นักการเมือง-ภาคปชช. กดดันรัฐบาล เร่งออกมาตรการคุมเข้ม นักการเมืองทั้งจากพรรครัฐบาลและฝ่ายค้านต่างตั้งคำถามต่อการลงทุนแบบ Leveraged ETF โดยมีผู้ร่วมลงชื่อยื่นคำร้องให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงการลงทุนประเภทนี้ กว่า 35,000 รายชื่อ ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลประกาศระงับการอนุมัติออก ETF ดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 16 ก.ค. พร้อมเพิ่มความเข้มงวดของกฎการซื้อขาย ความปั่นป่วนครั้งนี้จึงบดบังหนึ่งในผลงานสำคัญของอี แจ-มยอง นั่นคือการฟื้นฟูตลาดหุ้น ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แกรี แทน ผู้จัดการกองทุนของ Allspring Global Investments กล่าวว่า "สำหรับประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ความท้าทายสำคัญคือการผลักดันศักยภาพด้าน AI ของเกาหลีใต้ โดยไม่ปล่อยให้ตลาดเผชิญวัฏจักรฟองสบู่และแรงเทขายรุนแรงจากการเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งท้ายที่สุดความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังเป็นปัจจัยสำคัญ" ตลาดผันผวน ฉุดคะแนนนิยมผู้นำเริ่มลด ภายใต้การนำของอี แจ-มยอง นักลงทุนมองว่าเกาหลีใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI ส่งผลให้ดัชนี Kospi ทะลุระดับ 5,000 เป็นครั้งแรกในปีนี้ แต่ความสำเร็จดังกล่าวกลับกลายเป็นความเสี่ยงทางการเมือง หลังมีเสียงวิจารณ์เพิ่มขึ้นว่าการซื้อขายโดยใช้เลเวอเรจเป็นตัวเร่งความผันผวนของตลาด โดยอี แจ-มยอง ระบุว่าตลาดอยู่ในภาวะผันผวนอย่างมาก และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งออกมาตรการแก้ไข แรงกดดันดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเสถียรภาพของตลาดหุ้นเริ่มมีความเชื่อมโยงกับอนาคตทางการเมืองของผู้นำเกาหลีใต้มากขึ้น แม้ยังเป็นหนึ่งในผู้นำที่ได้รับความนิยมสูง แต่คะแนนนิยมของอี แจ-มยอง ลดลงมาอยู่ที่ 52% จาก 67% เมื่อเดือนเม.ย. อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า เขามีส่วนอนุมัติการเปิดตัว ETF ที่ใช้เลเวอเรจหรือไม่ ขณะที่กระแสวิจารณ์ส่วนใหญ่ยังมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานกำกับดูแลและฝ่ายบริหารเป็นหลัก คุมเข้มเกณฑ์ลงทุน-เพิ่มเงินขั้นต่ำ ปัจจุบัน Leveraged ETF และหุ้นชิปทั้งสองบริษัทที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง ครองสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายรวมกันกว่า 70% ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยหน่วยงานกำกับดูแลได้ระงับการเปิดตัว ETF ใหม่ พร้อมเพิ่มเงินฝากขั้นต่ำสำหรับการลงทุนเป็น 30 ล้านวอน จากเดิม 10 ล้านวอน และเพิ่มข้อกำหนดด้านการอบรมนักลงทุน ขณะที่คณะกรรมการกำกับบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ระบุว่า อาจออกมาตรการเพิ่มเติมหากตลาดยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley มองว่า การเพิ่มเงินฝากขั้นต่ำอาจช่วยลดแรงเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อย แต่ผลต่อเสถียรภาพตลาดในระยะสั้นอาจยังจำกัด เนื่องจากกฎใหม่จะมีผลในอีก 3-4 สัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนกังวลว่า มาตรการคุมเข้มอาจผลักดันเงินทุนไหลออกไปยังตลาดต่างประเทศ แกรี แทน จาก Allspring Global Investments มองว่า หากความเชื่อมั่นต่อ AI ยังแข็งแกร่ง นักลงทุนยังสามารถเข้าถึง Leveraged ETF อิงหุ้นเกาหลีใต้ผ่านตลาดต่างประเทศ ซึ่งอยู่นอกเหนือการกำกับดูแลของหน่วยงานในประเทศได้ บทเรียนจากต่างประเทศ มาร์ก โจคัม นักกลยุทธ์อาวุโสด้านผลิตภัณฑ์และการลงทุนของ Global X Management Aus ระบุว่า Leveraged ETF ได้รับความนิยมในเกาหลีใต้ เนื่องจากเป็นทางเลือกการลงทุนที่ไม่ซับซ้อน เมื่อเทียบกับเครื่องมือการลงทุนอื่น ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยนักลงทุนสามารถเข้าถึงผลตอบแทนแบบทวีคูณได้โดยไม่ต้องซื้อขายออปชันที่มีความซับซ้อนและความเสี่ยงสูงโดยตรง อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เผชิญผลกระทบจาก Leveraged ETF โดยสหรัฐฯ เคยอนุญาตให้มีการซื้อขาย ETF ดังกล่าวที่อิงหุ้นรายตัวเมื่อปี 2022 และเตือนว่าเหมาะสำหรับการลงทุนระยะสั้น ขณะที่อังกฤษยังเปิดให้ซื้อขาย ETF ที่ให้อัตราทดสูงถึง 3 เท่า แต่มีคำเตือนเกี่ยวกับความซับซ้อนและความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนรายย่อย ด้านวิลเลียม แบรตตัน จาก BNP Paribas มองว่า มาตรการของเกาหลีใต้เป็นการตอบสนองต่อความผันผวนระยะสั้น ขณะเดียวกันหน่วยงานกำกับดูแลยังต้องปรับกรอบกฎเกณฑ์เพื่อดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวเข้าสู่ตลาดทุนต่อไป ที่มา Bloomberg ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news |