ฟิทช์ เรทติ้งส์ คงอันดับเครดิต SCBX และ SCB ที่ระดับ 'BBB' และ 'AA+(tha)' พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต "มีเสถียรภาพ" สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง เงินกองทุนสูง และบทบาทสำคัญในระบบการเงินไทย แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัว คุณภาพสินทรัพย์กลุ่มสินเชื่อรายย่อย และแนวโน้มหนี้เสียที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในช่วง 2 ปีข้างหน้า ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating) ของบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และ ที่ 'BBB' และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'AA+(tha)' โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ฟิทช์ยังได้คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating) ของทั้ง 2 บริษัทที่ 'bbb' และคงอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล (Government Support Rating: GSR) ของ SCB และ SCBX ที่ 'bbb' และ 'bbb-' ตามลำดับ พร้อมกันนี้
ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตพิจารณาจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศของ SCB มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ 'F2' ของ SCB เป็นตัวเลือกที่สูงกว่า เนื่องจากโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนมีความแน่นอนกว่าในระยะสั้น
อันดับเครดิตของบริษัทโฮลดิ้งพิจารณาจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่ม: SCB เป็นธนาคารลูกหลักของกลุ่ม ในขณะที่ SCBX มีสถานะเป็นบริษัทโฮลดิ้ง SCB มีบทบาทสำคัญต่อภาพรวมทางการเงินของกลุ่ม โดย SCB มีสัดส่วนประมาณ 95% ของสินทรัพย์ทั้งหมดของกลุ่ม อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ SCBX ได้รับการจัดอันดับที่ระดับเดียวกันกับอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินรวมของกลุ่มและของ SCB ที่ ‘bbb’ ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังของฟิทช์ว่า SCBX จะสามารถรักษาอัตราส่วน Common Equity Double Leverage ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 120% ได้
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ SCBX เป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SCBX ในขณะที่อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ SCBX ยู่ที่ ‘F3’ นั้นเป็นตัวเลือกที่ต่ำกว่า เนื่องมาจากอันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างด้านความสามารถในการระดมเงินและสภาพคล่องของกลุ่มยังไม่จัดอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้อันดับที่สูงกว่า
อันดับเครดิตภายในประเทศพิจารณาในเชิงเปรียบเทียบ: อันดับเครดิตภายในประเทศของ SCB และ SCBX พิจารณาเปรียบเทียบกับโครงสร้างเครดิตของธนาคารและบริษัทอื่นในประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยฟิทช์ และสะท้อนถึงความคาดหมายว่ามีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้อยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นในประเทศ
ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอจำกัดการเติบโตของธนาคาร: เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวในอัตราที่ช้ากว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งจำกัดศักยภาพการเติบโตของธนาคาร แม้ว่าผลการดำเนินงานโดยรวมของธนาคารไทยที่ผ่านมายังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี อันดับคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของภาคธนาคารไทยสะท้อนมุมมองของฟิทช์ที่ว่ารัฐบาลไทย (BBB+/Negative) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของตลาดการเงิน
โครงสร้างความเสี่ยงได้รับแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมในการดำเนินงาน: ฟิทช์ปรับลดอันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างความเสี่ยงของ SCBX ลงเป็น ‘bbb-’/ แนวโน้มมีเสถียรภาพ จาก ‘bbb’/ แนวโน้มเป็นลบ สะท้อนถึงแรงกดดันที่ยังคงมีต่อเนื่องต่อคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารโดยเฉพาะในกลุ่มลูกหนี้สินเชื่อรายย่อย ในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจของไทยยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง นอกจากนี้อันดับคะแนนยังคำนึงถึงความพยายามของธนาคารในการเข้มงวดมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ และนโยบายการตั้งสำรองที่เพียงพอ ซึ่งฟิทช์คาดว่าจะดำเนินต่อไปในช่วงหนึ่งถึงสองปีข้างหน้า
คุณภาพสินทรัพย์เผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง: ฟิทช์ปรับลดอันดับคะแนนปัจจัยด้านคุณภาพสินทรัพย์ของ SCBX ลงเป็น ‘bb+’/ แนวโน้มมีเสถียรภาพ จาก ‘bbb-’/ แนวโน้มเป็นลบ ซึ่งสะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าสินเชื่อด้อยคุณภาพอาจจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นในปี 2569 ทั้งนี้ ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมอาจจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 4% ในช่วงสองปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าธนาคารขนาดใหญ่รายอื่น (peers) ทั้งนี้ อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารที่ 153% ณ ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 สามารถช่วยรองรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 186%
กำไรมีน่าจะยังคงแข็งแรงแม้เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น: ฟิทช์คาดว่าความสามารถในการทำกำไรอาจปรับตัวลดลงได้บ้าง แต่น่าจะยังคงอยู่ในระดับที่ดีในช่วงปี 2569-2570 แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง การเติบโตของสินเชื่อในระดับต่ำ และค่าใช้จ่ายในการสำรองหนี้สูญที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงของ SCBX อยู่ที่ 2.2% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ปี 2568: 2.5%) และฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนดังกล่าวน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงกว่า 2.0% ได้
ความสามารถในการทำกำไรมีแนวโน้มลดลง: ฟิทช์คาดว่ารายได้ของ SCBX จะเผชิญแรงกดเพิ่มขึ้นในช่วงสองปีข้างหน้า จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญอาจยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงจากความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม SCBX น่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Operating profit/Risk Weighted Assets หรือ OP/RWA) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.7% ในไตรมาส 1 ปี 2568 (ปี 2567: 2.4%) แม้ผลประกอบการจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้น ฟิทช์คาดว่า OP/RWA น่าจะสามารถทรงตัวที่ระดับสูงกว่า 2% ได้และยังคงสอดคล้องกับอันดับคะแนนในปัจจุบันที่ ‘bbb-’
เงินกองทุนสามารถช่วยรองรับความเสี่ยงได้: ฟิทช์คาดว่า SCBX จะสามารถรักษาฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งต่อไปได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรสะสม (internal capital generation) และการเติบโตที่ชะลอตัวลงของสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงปี 2569-2570 ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ (CET1) ของทั้งกลุ่มปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 16.9% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ปี 2568: 17.8%) เนื่องการจากขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมที่บันทึกรวมอยู่ในกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (other comprehensive income) อย่างไรก็ตาม ฐานะเงินกองทุนยังคงสามารถช่วยรองรับความเสี่ยงที่อาจมากกว่าคาดการณ์ได้อย่างแข็งแกร่ง
เครือข่ายธุรกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่ง: SCBX เป็นหนึ่งในกลุ่มธนาคาร (banking group) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดด้านเงินฝากที่ประมาณ 15% ทางกลุ่มมีฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งฟิทช์คาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้มีกำไรอย่างต่อเนื่องตลอดวัฏจักรเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ธนาคารยังมีจุดแข็งเป็นพิเศษในด้านสินเชื่อรายย่อยและด้านธุรกรรมธนาคาร (transactional banking)
สภาพคล่องโดยรวมมีเสถียรภาพ: โครงสร้างด้านการระดมทุนของ SCBX ได้รับแรงสนับสนุนจากฐานลูกค้าในประเทศและเครือข่ายธุรกิจด้านเงินฝากที่แข็งแกร่ง ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญด้านสภาพคล่องน่าจะยังคงมีเสถียรภาพต่อเนื่อง สอดคล้องกับอัตราการเติบโตของสินเชื่อในระดันต่ำตามการคาดการณ์ของฟิทช์ SCBX มีสัดส่วนบัญชีกระแสรายวันและออมทรัพย์ที่สูง โดยคิดเป็น 79% ของเงินฝากทั้งหมด ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนที่มีเสถียรภาพและมีต้นทุนต่ำ
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลพิจารณาจากความสำคัญเชิงระบบ: อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล (GSR) ของ SCB สะท้อนมุมมองของฟิทช์ที่ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารจะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติจากรัฐบาลในกรณีที่จำเป็น ทั้งนี้ SCB เป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และฟิทช์เชื่อว่าธนาคารมีความสำคัญเชิงระบบอย่างชัดเจน เนื่องจากขนาดกิจการและความเชื่อมโยงกับระบบการเงิน
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลของ SCBX ที่ ‘bbb-’ นั้นอยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลของ SCB หนึ่งอันดับ ซึ่งสะท้อนมุมมองของฟิทช์ว่ารัฐบาลมีแนวโน้มที่จะให้การช่วยเหลือสนับสนุน SCB ในระดับที่สูงกว่าเนื่องจากธนาคารมีการรับฝากเงินจากประชาชน
ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน) อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและอันดับเครดิตภายในประเทศ อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SCB อาจถูกปรับลดอันดับได้ หากทั้งอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลและอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินถูกปรับลดอันดับลงพร้อมกัน นอกจากนี้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคารอาจได้รับการปรับลดเป็น 'AA(tha)' หากฟิทช์มองว่าโครงสร้างเครดิตของธนาคารปรับตัวอ่อนแอลงเมื่อเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับในประเทศไทย
การปรับลดอันดับของทั้งอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลและอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินพร้อมกันจะส่งผลให้อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวปรับตัวไปในทิศทางเดียวกัน อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวอาจได้รับการปรับลดอันดับเป็น 'AA(tha)' หากฟิทช์มองว่าโครงสร้างเครดิตของธนาคารปรับตัวด้อยลงเมื่อเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นในประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ SCBX อาจถูกปรับลดอันดับลงเป็น 'B' หากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของบริษัทถูกปรับลดอันดับลงไปต่ำกว่า 'BBB-'
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SCBX อาจถูกปรับลดอันดับได้จากการปรับลดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินกลุ่ม ทั้งนี้การปรับอันดับเครดิตภายในประเทศของ SCBX จะพิจารณาเปรียบเทียบโครงสร้างเครดิตของ SCBX กับธนาคารและบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วย
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ SCBX อาจถูกปรับลดอันดับลงมาเป็น ‘B’ ได้ หากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวถูกปรับลดอันดับลงมาต่ำกว่า ‘BBB-’ และะอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นอาจถูกปรับลดอันดับได้หากอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวถูกปรับลดอันดับลงไปต่ำกว่า 'AA-(tha)'
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ SCBX และ SCB อาจถูกปรับลดอันดับเครดิตลง หากสถานะทางการเงินของกลุ่มมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่ปรับตัวด้อยลง โดยตัวอย่างของเหตุการณ์ดังกล่าว อาจเกิดได้จากการมี อัตราส่วน CET1 ที่ต่ำกว่า 15% อย่างต่อเนือง
นอกจากนี้ความแข็งแกร่งทางการเงินอาจได้รับการปรับลดอันดับได้หากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญและส่งผลให้ต้องมีการทบทวนการประเมินอันดับคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของธนาคาร และรวมถึงปัจจัยอื่นที่ใช้ในการพิจารณาอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน เช่น อันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างธุรกิจและอันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างความเสี่ยงของทั้งกลุ่ม
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ SCBX อาจถูกปรับลดอันดับให้ต่ำกว่าอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ SCB ได้หากฟิทช์พิจารณาปรับแนวทางการจัดอันดับระหว่าง SCBX กับธนาคารหลักของกลุ่ม ซึ่งคือ SCB ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่อัตราส่วน common-equity double leverage ของ SCBX มีแนวโน้มปรับตัวสูงกว่า 120% เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลดลงของสัดส่วนสินทรัพย์ของ SCB ที่มีต่อกลุ่มลงไปในระดับที่ต่ำกว่า 75% อาจบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงจากธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร และอาจทำให้ความเสี่ยงในการไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ของธนาคารและบริษัทโฮลดิ้งมีความแตกต่างกันมากขึ้น อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลของ SCB และ SCBX อาจถูกปรับลดอันดับลงได้ หากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยถูกปรับลดอันดับ นอกจากนี้อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลยังอาจถูกปรับลดอันดับได้หากส่วนแบ่งทางการตลาดของ SCB ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือมีการเปลี่ยนแปลงในด้านกฎเกณฑ์ที่มีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์ไม่คาดว่าทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระยะสั้น
ความแตกต่างของอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลระหว่าง SCBX กับ SCB อาจปรับตัวห่างมากขึ้นได้ หากฟิทช์มีการทบทวนการประเมินโอกาสที่ SCBX จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้หากมีสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นจากทางการที่บ่งชี้ว่าการให้การสนับสนุนแก่กลุ่มจะเป็นการสนับสนุนเฉพาะกับธนาคารเท่านั้น โดยในกรณีดังกล่าวอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลของ SCBX อาจถูกปรับลดอันดับลงได้หลายอันดับ ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน): อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและอันดับเครดิตภายในประเทศ อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SCB อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลหรืออันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่มได้รับการปรับเพิ่มอันดับ
ทั้งนี้อันดับเครดิตภายในประเทศของ SCB จะพิจารณาถึงโครงสร้างอันดับเครดิตของธนาคารเทียบกับธนาคารอื่นในประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วย อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นไม่สามารถที่จะปรับเพิ่มอันดับเครดิตได้อีก เนื่องจากเป็นระดับที่สูงสุดแล้ว อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SCBX อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับได้ หากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่มได้รับการปรับเพิ่มอันดับ ทั้งนี้การปรับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวจะพิจารณาเปรียบเทียบโครงสร้างเครดิตกับธนาคารและบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วย อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน
การปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ SCB และ SCBX ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งอาจจำกัดการปรับตัวดีขึ้นของคุณภาพสินทรัพย์และผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินอาจเกิดขึ้นได้ในระยะยาว หากกลุ่มมีฐานะทางการเงินที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างยั่งยืนโดยที่ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของธนาคารไม่ได้ปรับสูงขึ้น พร้อมด้วยการมีสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวน่าจะส่งผลให้อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่นอัตรากำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงเฉลี่ย 4 ปีที่ระดับสูงกว่า 3% และอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเฉลี่ย 4 ปีที่ระดับต่ำกว่า 3% พร้อมทั้งการดำรงความสามารถในการรองรับความเสี่ยงอื่นๆ เช่น อัตราส่วนเงินกองทุน CET1 ที่ระดับสูงกว่า 16%
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลของ SCB และ SCBX อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยได้รับการปรับเพิ่มอันดับ แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าเกิดขึ้นได้ในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง เนื่องจากปัจจุบันอันดับเครดิตของประเทศไทยมีแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลของ SCBX อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับได้หากฟิทช์ประเมินแล้วเห็นว่ากฎเกณฑ์ในการแก้ไขสถานการณ์ในกรณีที่เกิดปัญหาด้านสถานะทางการเงิน (resolution scenario) สำหรับ SCBX และ SCB น่าจะมีแนวทางที่คล้ายกันมาก ตัวอย่างเช่น หากมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่า SCBX มีนัยสำคัญต่อระบบภายในประเทศเพิ่มขึ้นด้วยตัวบริษัทเอง (โดยไม่พิจารณารวม SCB) อันดับเครดิตของตราสารหนี้และอันดับเครดิตอื่น: ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต SCBX: อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันและโครงการหุ้นกู้ MTN มูลค่า 1.5 แสนล้านบาทของ SCBX อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวและระยะสั้นของ SCBX เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของบริษัท
SCB: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล (Short-Term IDR(xgs)) ของ SCB เทียบได้กับ 'F3(xgs)' เนื่องจากอันดับคะแนนปัจจัยด้านความสามารถในการระดมเงินและสภาพคล่องของธนาคารไม่สอดคล้องกับตัวเลือกอันดับที่สูงกว่า ตามเกณฑ์การพิจารณาอันดับเครดิตของฟิทช์ SCBCI: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาหมู่เกาะเคย์แมน (SCBCI) อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตของ SCB เนื่องจาก SCBCI มีสถานะเป็นนิติบุคคลเดียวกันกับ SCB
อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ของ SCB ที่ออกผ่าน SCBCI ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ 'BBB' ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคาร เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวมีสถานะเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคาร อันดับเครดิตของตราสารหนี้และอันดับเครดิตอื่น: ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน) SCBX: การปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SCBX น่าจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของโครงการหุ้นกู้ MTN และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันของ SCBX ได้รับการปรับลดอันดับลงเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของโครงการหุ้นกู้ MTN ไม่น่าจะถูกปรับลดอันดับเครดิต เว้นแต่อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SCBX ถูกปรับลดอันดับลงไปที่ ‘A+(tha)’ หรือต่ำกว่า
SCB: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ SCB น่าจะถูกปรับลดอันดับลง หากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารถูกปรับลดอันดับลงไปที่ 'bb+' หรือต่ำกว่า SCBCI: การปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ SCB จะส่งผลให้อันดับเครดิตของ SCBCI และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ของ SCBCI ถูกปรับลดอันดับเช่นกัน ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน) SCBX: การปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SCBX น่าจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของโครงการหุ้นกู้ MTN และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันของบริษัทได้รับการปรับเพิ่มอันดับเช่นกัน ทั้งนี้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของโครงการหุ้นกู้ MTN นั้นเป็นระดับที่สูงสุดแล้ว จึงไม่มีปัจจัยใดที่จะส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับ SCB: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ SCB อาจถูกยกเลิกได้หากอันดับความแข็งแกร่งของธนาคารได้รับการปรับเพิ่มอันดับ หรือ อันดับคะแนนปัจจัยด้านการระดมเงินและสภาพคล่องได้รับการปรับเพิ่มขึ้นเป็น ‘bbb+’ เนื่องจากอันดับเครดิตสากลทั้งหมดของธนาคารจะพิจารณาจากโครงสร้างทางเครดิตของตัวธนาคารเองเท่านั้น SCBCI: การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ SCB จะส่งผลให้อันดับเครดิตของ SCBCI และอันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ของ SCBCI ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเช่นกัน การปรับคะแนนของปัจจัยในการพิจารณาอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน อันดับคะแนนที่ให้แก่ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ 'bbb' อยู่สูงกว่าคะแนนตามเกณฑ์ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 'bb' เนื่องจากการปรับเพิ่มคะแนนด้วยปัจจัยด้าน 'อันดับเครดิตของประเทศ' อันดับเครดิตที่เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ SCBCI เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ SCB อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ SCB เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตสากลของประเทศไทย
แหล่งข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการพิจารณาอันดับเครดิต แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการประเมินอันดับเครดิตมีรายละเอียดเปิดเผยอยู่ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้องของฟิทช์ การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ระดับคะแนนที่สูงที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต (หากมีการเปิดเผย) แสดงว่าระดับคะแนนจะอยู่ที่ระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตามสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม หาได้จาก www.fitchratings.com/esg รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้ SCBX: - อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับเครดิตที่ ‘BBB’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ - อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับเครดิตที่ ‘F3’ - อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘AA+(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ - อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F1+(tha)’ - อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน คงอันดับที่ ‘bbb’ - อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลคงอันดับเครดิตที่ ‘bbb-’ - อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน คงอันดับที่ ‘AA+(tha)’ - อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน คงอันดับที่ ‘F1+(tha)’ SCB: - อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘BBB’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ - อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F2’ - อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘AA+(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ - อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F1+(tha)’ - อันดับความเข็งแกร่งทางการเงิน คงอันดับที่ ‘bbb’ - อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลคงอันดับเครดิตที่ ‘bbb’ - อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ไม่รวมการสนับสนุนจากรัฐบาลที่คงอันดับ 'F3(xgs)' SCBCI: - อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘BBB’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ - อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน คงอันดับที่ ‘BBB’ |