สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 28 ต.ค.69
ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 9.50 บาท | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 9.00 บาท | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 9.00 บาท | บล.กรุงศรี | Buy | 8.80 บาท | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | Add | 8.80 บาท | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 7.80 บาท | บล.บัวหลวง | ขาย | 6.60 บาท |
สรุปปัจจัยบวก + กำไรสุทธิและกำไรปกติ 3Q26 (3Q69) ดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ: รายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 544.34 - 551.1 ล้านบาท (เติบโต 28% - 41% YoY) และกำไรปกติ 545 ล้านบาท (+38% YoY) สูงกว่าประมาณการของตลาดและนักวิเคราะห์ 6.6% - 37% (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป)
+ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่งและขยายตัวอย่างโดดเด่น: อัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 28.6% - 28.63% (เพิ่มขึ้น 2.1 - 2.14 ppts หรือ 214 bps YoY จาก 26.5% ในปีก่อน) เป็นผลจากการปรับขึ้นราคาสินค้า, การเจรจาลดต้นทุนกับ supplier, การเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ และกลยุทธ์ผลักดันสัดส่วนสินค้า House Brand เพิ่มเป็นราว 29% (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป)
+ ต้นทุนทางการเงินและดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างมาก: ดอกเบี้ยจ่าย/ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ -45.22% ถึง -48% YoY (ต้นทุนทางการเงินเหลือประมาณ 33 ล้านบาท) จากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงและการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป)
+ การคุมค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ: ควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้ดี โดยค่าใช้จ่าย SG&A เฉลี่ยต่อสาขาลดลง 8.89% YoY มีกำไรจากบริษัทร่วมทุน (JV) เพิ่มขึ้น และมีรายได้อื่นที่ดีกว่าคาดจากค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วม 20 - 30 ล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป)
+ แนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q26 (4Q69) คาดฟื้นตัวต่อเนื่อง: แนวโน้มกำไรไตรมาส 4 คาดว่าจะเติบโต YoY และฟื้นตัว QoQ จากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน (ผลกระทบน้ำท่วมหาดใหญ่และความตึงเครียดชายแดน), การเข้าสู่ฤดูก่อสร้างหลังหมดฝน, ฤดูเก็บเกี่ยว, ความต้องการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม และทิศทาง SSSG ช่วงต้นเดือน ต.ค. ที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ราว -1% ถึง -2% รวมถึงมีโอกาสขยับเข้าใกล้ระดับทรงตัว (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป)
+ การปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิและมีโอกาสเกิด Upside: ผลงาน 9M26 (9M69) ทำกำไรสุทธิไปแล้ว 2.3 พันล้านบาท (+51% YoY) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 80% - 89% ของประมาณการทั้งปี ส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ขึ้นเป็น 2.6 - 2.9 พันล้านบาท (+31% ถึง +49% YoY) และปี 2027 ขึ้นเป็น 3.1 พันล้านบาท (+7% YoY) รวมถึงปรับเพิ่ม EPS ปี FY26F-28F ขึ้น 8.8% - 14.0% (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป)
+ การเดินหน้าขยายสาขาแตะ 100 สาขาในไทย: ไตรมาสนี้เปิดสาขาใหม่เพิ่ม 2 แห่ง (บ้านผือ จ.อุดรธานี และเชียงคำ จ.พะเยา) และปิดสาขาขนาดเล็ก 1 แห่ง ทำให้มีเครือข่ายสาขาในไทยครบ 100 แห่ง และในกัมพูชาอีก 2 แห่ง หนุนศักยภาพการจำหน่ายสินค้าในระยะยาว (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป)
+ ระดับราคาหุ้น (Valuation) ยังน่าสนใจ: ราคาหุ้นซื้อขายที่ Forward PER ปี 2026E เพียง 12.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (-1.0SD ถึง -1.7SD) และยังไม่สะท้อนศักยภาพการเติบโตของกำไรเชิงโครงสร้างอย่างเต็มที่ (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี)
สรุปปัจจัยลบ - ยอดขายรวมและรายได้ชะลอตัวลงทั้ง YoY และ QoQ: รายได้รวมและยอดขายใน 3Q26 (3Q69) ปรับตัวลดลงอยู่ที่ราว 7.2 - 7.24 พันล้านบาท (ลดลง 2% - 2.43% YoY และลดลง 11% - 11.4% QoQ) จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ และผลกระทบจากฤดูฝนที่หนักกว่าคาด ซึ่งฉุดกิจกรรมก่อสร้างและตกแต่งให้ชะลอตัว (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป)
- ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ยังคงติดลบ: ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 3 หดตัวลงราว -6.9% ถึง -7% (แย่ลงเมื่อเทียบกับ -0.9% ใน 3Q68 และ -4% ใน 2Q69) และคาดว่า SSSG ใน 4Q26 อาจจะยังไม่สามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้อย่างชัดเจน (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ)
- กำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ): กำไรสุทธิลดลง -42% ถึง -48% QoQ เนื่องจากรายได้ที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากระดับ 31.6% ใน 2Q26 ซึ่งเคยอยู่ในระดับสูงผิดปกติจากอานิสงส์ของสินค้าคงคลังต้นทุนต่ำที่กักตุนไว้ (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ)
- ปัจจัยหนุนในปีถัดไปยังไม่ชัดเจน: แม้ระยะสั้นผลการดำเนินงานจะได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้น (GM) แต่ภาพรวมปัจจัยหนุนในการเติบโตของปีหน้ายังไม่มีความชัดเจน จึงยังคงคำแนะนำ "ขาย" (บล.บัวหลวง)
- ปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่อาจกดดันผลการดำเนินงาน: ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว, กำลังซื้อซบเซา, ราคาพืชผลทางการเกษตรที่อ่อนแอ, ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกจำนวนมาก และการขยายสาขาที่อาจทำได้น้อยกว่าเป้าหมาย (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เคจีไอ)
. 
|
. |