DUSIT มั่นใจผลงานทั้งปี 69 เข้าเป้า รายได้โต 5-8% เดินหน้าโกยรายได้จากธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว ชู "ดุสิตธานี กรุงเทพฯ" ยอดจองแน่น แม้เข้าสู่ช่วง Low Season พร้อมเร่งโอนโครงการ Dusit Residences ครึ่งปีหลังดันยอดสะสมแตะ 65% มูลค่าหมื่นลบ. ด้านธุรกิจอาหารเร่งขยายฐานโต 8-12% ขณะที่ธุรกิจการศึกษาปรับลดเป้าเติบโตรับมือการแข่งขันที่รุนแรง นายสุกิจ งามสง่าพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เปิดเผยในงาน Earnings Call โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ บริษัทฯ ยังคงยืนยันเป้าหมายผลการดำเนินงานทั้งปี หลังทำผลงานได้ดีตามเป้าหมายในช่วงครึ่งแรกของปี แม้ต้องเผชิญกับสภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูงและความท้าทายรอบด้าน โดยภาพรวมรายได้ทั้งปี 69 คาดว่าจะเติบโตที่ระดับ 5-8% ไม่รวมการส่งมอบของโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) พร้อมรักษาอัตราส่วน ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) ที่ 18 -20% โดยคงงบลงทุน (CAPEX) ไว้ที่ 360 ล้านบาท (ไม่รวมการลงทุนใหม่)
ธุรกิจโรงแรมแกร่ง ชู "ดุสิตธานี กรุงเทพฯ" หนุนรายได้ แม้ Q3/69 ช่วง Low Season
ธุรกิจในกลุ่มโรงแรมโดยเฉพาะ "โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ" เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนและผลักดันรายได้รวมของกลุ่มโรงแรมในประเทศให้เติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) อยู่ในระดับสูงถึง 70-80% และบางช่วงพุ่งขึ้นถึง 80-85% ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) สามารถทำได้สูงกว่า 10,000 บาท และยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
โดยแนวโน้มในไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) บริษัทฯ ได้เตรียมกลยุทธ์เพื่อประคองอัตราการเข้าพัก โดยเน้นกลุ่มโรงแรมหลักเช่น ดุสิตธานี กรุงเทพฯ และโรงแรมในทำเลสำคัญ เช่น พัทยา ภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะสามารถรักษาระดับอัตราการเข้าพักไว้ได้สูงกว่า 70% ขึ้นไป ซึ่งภาพรวมของโรงแรมในประเทศ (รวมดุสิตธานี กรุงเทพฯ) คาดว่าจะเห็นการเติบโตของ ADR เพิ่มขึ้นราว 20-25% แต่หากไม่รวมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ถือว่าโรงแรมอื่นๆ ในประเทศ และต่างประเทศ ยังทำผลประกอบการได้ดี คาดว่า ADR จะเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวที่ประมาณ 6-8%
ทั้งนี้ภาพรวงมธุรกิจโรงแรมทั้งปี 69 เน้นการขยายตัวแบบโมเดลบริหารจัดการ (Asset-light) โดยตั้งเป้าเปิดโรงแรมใหม่ 5-10 แห่ง
เร่งเครื่องโอนยอด Dusi Residences ครึ่งปีหลัง มุ่งเป้าหมายสะสม 65% มูลค่าหมื่นลบ.
สำหรับกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการ Dusit Residences มียอดขายสะสมขยับเข้าใกล้ 100% แล้ว โดยปัจจุบันมียอดจอง (Presales) อยู่ที่ประมาณ 97% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 16,000 ล้านบาท โดยในส่วนของยอดโอน บริษัทตั้งเป้าหมายการส่งมอบภายในปีนี้ให้ได้ 65% ของมูลค่าขายรวม หรือคิดเป็นประมาณ 11,000 ล้านบาท
โดยด้านความคืบหน้าการส่งมอบที่ผ่านมาในครึ่งปีแรกสามารถโอนไปได้แล้วบางส่วน รวมถึงในไตรมาสที่ 2 มียอดโอนประมาณ 1,200 - 1,600 ล้านบาท หรือประมาณกว่า 10 % ซึ่งส่วนใหญ่เป็นห้องขนาดเล็กในชั้นล่าง
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง 69 บริษัทจะเริ่มทยอยส่งมอบห้องพักในชั้นที่สูงขึ้นซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้ยอดส่งมอบสะสมค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นและบรรลุเป้าหมายรายปีที่วางไว้
รุกธุรกิจอาหารดันรายได้ปีนี้โต 8-12% - หั่นเป้าธุรกิจการศึกษาหลังแข่งขันสูง
ด้านธุรกิจอาหาร คาดหมายรายได้เติบโต 8-12% ภายในปี 69 โดยโดยประมาณการณ์ EBITDA ที่ 10-12% ผ่านการให้บริการโรงเรียนนานาชาติ และใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับพันธมิตร การขยายสาขาใหม่ ตลอดจนการรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) เพื่อเพิ่มศักยภาพในช่วงครึ่งปีหลัง
ส่วนธุรกิจการศึกษา มีการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง ประกอบกับจำนวนนักศึกษาใหม่ลดน้อยลง ส่งผลให้บริษัทปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ลงมาอยู่ที่ 5-7% จากเดิมคาดไว้ 10-12% และปรับกรอบอัตราเป้าหมาย EBITDA ลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 8-10% จากเดิม 8-12% โดยบริษัทเตรียมเร่งออกโปรแกรมการเรียนและกลยุทธ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดให้ดียิ่งขึ้น สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69
คำแนะนำและราคาเป้าหมาย | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | Non-rated | 13.03 บาท |
สรุปปัจจัยบวก ผลประกอบการ 2Q26 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 97 ลบ. (หากไม่รวมรายการพิเศษและ FX กำไรปกติอยู่ที่ 85 ลบ. พลิกจากขาดทุน 244 ลบ. ใน 2Q25) หนุนจากการส่งมอบห้องชุด DCP และธุรกิจโรงแรมในไทย (บล.ลิเบอเรเตอร์) ยอดส่งมอบห้องชุดโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (DCP) เติบโตแข็งแกร่ง โดยมียอดขาย ณ 2Q26 อยู่ที่ 97% ของพื้นที่ขาย สร้างรายได้อสังหาริมทรัพย์ 1,763 ลบ. (+205.0% q-q, +15,927.3% y-y) คิดเป็น 48.5% ของรายได้รวม (บล.ลิเบอเรเตอร์) รายได้ธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 1,271 ลบ. (+10.1% y-y) รับแรงหนุนหลักจากโรงแรมที่ลงทุนเองในไทย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 29.2% ของรายได้รวม (บล.ลิเบอเรเตอร์) ตัวเลขการดำเนินงานโรงแรมในไทยปรับตัวดีขึ้น y-y โดยอัตราการเข้าพัก (OCC) อยู่ที่ 70% (+7.4% y-y), ค่าห้องพักเฉลี่ย (ARR) อยู่ที่ 4,131 บาท/คืน (+8.6% y-y) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) อยู่ที่ 2,888 บาท/คืน (+21.5% y-y) (บล.ลิเบอเรเตอร์) EBITDA ใน 2Q26 เติบโตแตะ 761 ลบ. (+550.4% y-y) จากรายได้โรงแรมในไทย ยอดขายห้องชุด DCP และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร (บล.ลิเบอเรเตอร์) มุมมองเชิงบวกต่อผลงานช่วง 2H26 โดยมีปัจจัยหนุนจากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการ DCP การรับรู้รายได้จากพื้นที่รีเทลและอาคารสำนักงาน รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจากมาตรการภาครัฐ (ไทยเที่ยวไทยพลัส, Fly Thai All the Feeling, Thailand Air Connect) และการจัดงานระดับนานาชาติขนาดใหญ่ (บล.ลิเบอเรเตอร์) ผู้บริหารคงเป้าหมายรายได้ทั้งกลุ่มปี 2026 เติบโต 5-8% y-y (ไม่รวมโครงการ Residences) และคาด EBITDA Margin ที่ 18-20% เพิ่มขึ้นจาก 17.4% ในปีก่อน (บล.ลิเบอเรเตอร์)
สรุปปัจจัยลบ ผลประกอบการ 2Q26 ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยกำไรสุทธิ 97 ลบ. (-61.0% q-q) และกำไรปกติ 85 ลบ. (-59.5% q-q) (บล.ลิเบอเรเตอร์) ตัวเลขการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมลดลง q-q ตามฤดูกาล โดยรายได้ธุรกิจโรงแรม (-33.7% q-q), OCC (-14.0% q-q), ARR (-28.1% q-q) และ RevPAR (-40.1% q-q) (บล.ลิเบอเรเตอร์) EBITDA ใน 2Q26 ปรับตัวลดลง (-11.5% q-q) (บล.ลิเบอเรเตอร์)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |