บรรดาผู้นำจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ได้เดินมาถึงสถานที่จัดประชุมแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16-17 มิ.ย. ที่เมืองคานานาสกิส รัฐอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา การรวมตัวของกลุ่มผู้นำครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่พันธมิตรชาติตะวันตกเผชิญกับวิกฤตการณ์มากมาย นับตั้งแต่ความขัดแย้งใน 3 ทวีป ไปจนถึงความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ยังเป็นความท้าทายสำหรับ “มาร์ก คาร์นีย์” นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา ซึ่งปีนี้เป็นเจ้าภาพจัดประชุม G7 โดยสำนักข่าว BBC ได้รวบรวม 5 ประเด็นที่น่าจับตาในการประชุมปี 2025 *** “อิสราเอล VS อิหร่าน” เซอร์ไพรส์เจ้าบ้าน-ปรับวาระการประชุมด่วนแคนาดา รับหน้าที่เป็นประธาน G7 ในปีนี้และเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำจากอิตาลี สหรัฐฯ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น การประชุมครั้งนี้จึงเป็นเวทีทดสอบความสามารถของคาร์นีย์ในการบรรลุเป้าหมายที่สำคัญ 3 ข้อ ที่เขาเสนอไว้สำหรับแคนาดา ได้แก่ การก้าวเป็นผู้นำในเวทีโลก, การเป็นชาติเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม G7 และการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แผนงานที่ผู้นำแคนาดาวางเอาไว้ได้มีการปรับเปลี่ยน หลังความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ปะทุขึ้น จนกลายเป็นที่จับตาของคนทั้งโลก *** ความท้าทายจากมาตรการรีดภาษีของทรัมป์ ผู้นำแคนาดาถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า จะสามารถรับมือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งการประชุมสุดยอดครั้งนี้ อาจทำให้แคนาดาบรรลุข้อตกลงการค้าและความมั่นคงครั้งใหม่กับสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะประสบกับการเติบโตที่ช้าที่สุดในรอบหลายทศวรรษนับตั้งแต่ปี 1960 เนื่องจากผลกระทบของภาษีสหรัฐฯ โดยการพูดคุยเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกจะเริ่มขึ้นในเช้าวันจันทร์นี้ *** การหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุ Walkout ซ้ำรอยปี 2018 การเดินทางเยือนแคนาดาครั้งนี้ของทรัมป์ นับเป็นครั้งที่ 2 ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นขึ้นในปี 2018 หลังจากที่ทรัมป์กำหนดภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมกับแคนาดา เม็กซิโก และยุโรป โดยการประชุมในปีนั้น จัดขึ้นที่เมืองชาร์ลวัวซ์ รัฐควิเบกของแคนาดา เหตุการณ์จบลงด้วยความวุ่นวายและตึงเครียด โดยมีการบันทึกภาพถ่ายอันโด่งดังของอังเกลา แมร์เคิล อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่กำลังเผชิญหน้ากับทรัมป์ โดยมีผู้นำโลกคนอื่นๆ และเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เฝ้าดูอยู่ หลังจากนั้น ทรัมป์ได้เดินออกจากที่ประชุม ก่อนที่การประชุมจะสิ้นสุดลง หลังจากที่ผู้นำอื่น ๆ ในกลุ่ม G7 ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการค้าของสหรัฐฯ 
*** ปัญหาไฟป่า, AI, แร่ธาตุสำคัญ และยูเครนเป้าหมายที่แคนาดาให้ความสำคัญสำหรับการประชุมครั้งนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นและการเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคง ซึ่งรวมถึงการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ แม้จะไม่มีข้อผูกมัดที่สำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ก็มีการรวมเรื่องนี้ไว้ในวาระการประชุม ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามที่จะปรับปรุงความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อตอบสนองภัยคุกคามจากไฟป่าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมไปถึงสถานการณ์สู้รบในยูเครน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวข้อเร่งด่วนในวาระการประชุมปีนี้ *** กับดักทางภูมิรัฐศาสตร์ในฐานะเจ้าภาพ แคนาดายังได้เชิญผู้นำที่ไม่ได้เป็นสมาชิกถาวรกลุ่ม G7 อาทิ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดยผู้นำแคนาดากล่าวว่า มีการหารือประเด็นสำคัญที่อินเดีย ในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ควรมีส่วนร่วม ซึ่งการเข้าร่วมของโมดียังเกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ เกี่ยวกับการสังหารผู้นำแบ่งแยกดินแดนชาวซิกข์ในดินแดนแคนาดา ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบามของเม็กซิโก ได้ยืนยันแล้วว่าจะเข้าร่วมการประชุมด้วย โดยแคนาดายังได้เชิญผู้นำจากยุโรปและนาโต้ รวมถึงผู้นำออสเตรเลีย, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย และบราซิล เข้าร่วมด้วย ที่มา BBC 
|