“ท๊อป จิรายุส” และ อ.ตั๊ม พิริยะ เสนอให้ไทยเริ่มพิจารณาใช้บิตคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของคลังสำรอง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมด เพียง 1-2% ก็ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ ภายในรายการ หนุ่ยทอล์ก จากช่อง BT Beartai ที่มี หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ หรือหนุ่ย แบไต๋ เป็นพิธีกร ได้มี ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และ อ.ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้ก่อตั้ง Rightshift ร่วมถกในประเด็น “ถึงเวลาใช้ BTC เป็นกองทุนสำรอง?” “ท๊อป จิรายุส” กล่าวว่า ประเทศไทยควรเริ่มพิจารณาถือครองบิตคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของคลังสำรองประเทศ โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรรอช้า เนื่องจากต้นทุนจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคลังสำรองทั้งหมดเป็นบิตคอยน์ แต่ให้ “เพิ่ม” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ควบคู่ไปกับทองคำและสกุลเงินหลักที่มีอยู่เดิม "อีกไม่นานรัฐบาลทั่วโลกจะแย่งกันซื้อบิตคอยน์" จิรายุสกล่าว พร้อมชี้ว่าการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะนำบิตคอยน์เข้าเป็นคลังสำรองของสหรัฐฯ จะทำให้รัฐบาลทั่วโลกเริ่มสะสมบิตคอยน์เพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยจึงควรเตรียมพร้อมเพื่อไม่ให้เสียเปรียบในเวทีการเงินโลก ด้านอ.ตั๊ม มองว่า การถือครองบิตคอยน์เป็นคลังสำรองแม้เพียง 1-2% ของคลังสำรองทั้งหมด ก็เพียงพอที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้มาก เนื่องจากเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงจำกัดแต่มีโอกาสเติบโตไม่จำกัด โดยเฉพาะในยุคที่เงินสกุลหลักมีแนวโน้มเสื่อมค่าจากนโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจ "บิตคอยน์คือเทคโนโลยีการเก็บออมขั้นสูงสุด ที่จะช่วยปกป้องมูลค่าของคลังสำรองจากการเสื่อมค่าของเงินสกุลหลัก" อ.ตั๊มกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในด้านชุมชนผู้ใช้บิตคอยน์ที่แข็งแกร่ง ทั้งในแง่การพัฒนาเทคโนโลยีและการเก็บออม ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่หลายประเทศอยากมีแต่ยังสร้างไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึง “ความพร้อมของไทย” ท๊อป จิรายุสมองว่า ไทยจะรอให้โลกเปลี่ยนก่อน แล้วค่อยเปลี่ยน ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากแรงกดดันภายนอก มากกว่าการเริ่มเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง "เหมือนกับทุกเทคโนโลยีที่ผ่านมา เรามักจะรอให้ประเทศอื่นทำก่อน โดยเฉพาะสิงคโปร์ แล้วเราค่อยตาม ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่ดีในระยะยาว เพราะจะทำให้เราเสียโอกาสและต้องจ่ายต้นทุนที่สูงขึ้น" จิรายุสกล่าวปิดท้าย ที่มา : ถึงเวลาใช้ BTC เป็นกองทุนสำรอง?! | #หนุ่ยทอล์ก |